้แสงสลัวข้างหลังของเธอเฉินเสียนใจสั่น พูดยังไม่ทันจบประโยคก็รู้สึกสำลักในลำคอแสงไฟสีเหลืองอมน้ำตาลส่องทั่วกรอบประตู และเธอเห็นหิมะโปรยปรายอยู่นอกชายคา แสงไฟที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเธอคิดว่านั่นคือภาพลวงตา ที่ถูกสลักไว้บนกำแพง ลวดลายการวาดเส้นตื้นลึกที่ปรากฏคือสิ่งที่เธอนึกถึงในใจเสมอมาเฉินเสียนวิ่งออกมาจากในห้อง คิดว่าเมื่อเธอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ภาพลวงตานั้นจะหายไป แต่ไม่เลย เธอเห็นคนตรงหน้ายังคงอยู่ที่เดิมในระยะที่เกล็ดหิมะปลิวผ่านรอยยิ้มจาง ๆ ระหว่างคิ้วของเขาช่างอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ191
เฉินเสียนยืนจ้องมองเขาอยู่ที่ใต้กำแพง เขาสวมเสื้อคลุมแขนกว้าง ปักลายเมฆและนกกระเรียนที่ด้านหน้า ชุดขุนนางเหมือนกับปกติตอนที่เขาใส่ตอนสอนหนังสือที่โรงเรียนไท่ มันทำให้เขาสง่างาม บริสุทธิ์ราวกับหยกเฉินเสียนรู้สึกเบลอและสับสนอยู่ครู่หนึ่งเป็นซูเจ๋อจริง ๆ ด้วย คนที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะคาดหวังก็กลับกลายมายืนอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนกับหิมะที่ค่อย ๆ ตกลงมาจากบนฟากฟั้าในโลกนี้มีใครอีกบ้างที่จะบริสุทธิ์ไม่มีที่ติเหมือนอย่างเขา ดูแล้วแทบจะไม่มีจริงร่างของซูเจ๋อพิงกับกำแพง ทำให้กำแพงขาวนี้ดูมีทัศนียภาพที่สวยงามมากขึ้น เขายกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ไม่รู้จักข้าแล้วหรือ?”เฉินเสียนงึมงำ ๆ ก่อนที่จะตั้งสติได้และอดยิ้มไม่ได้ แววตาที่เปล่งประกายไปด้วยความอบอุ่น และกล่าวว่า “ซูเจ๋อ ใช่ท่านจริง ๆ ด้วย ท่านมาที่