ราะ เธอไม่มอง แค่เอื้อมมือไปแตะริมฝีปากเขา นิ้วมือสัมผัสริมฝีปากที่ยกขึ้นเป็นรูปเรเดียนได้เธอก็ยกมุมปากโค้งตามอย่างพึงพอใจหลังจากหัวเราะพลันได้ยินเสียงของซูเจ๋อกล่าวว่า “อาเสียน ใกล้ฟั้าสางแล้ว”ถึงแม้เธออยากยืดเวลาของค่ำคืนนี้เพียงใด ไม่นานฟั้าก็ต้องสว่างอยู่ดี รู้สึกเพิ่งได้พบเจอซูเจ๋อแค่ชั่วอึดใจ ทว่าก็ต้องจากกันเสียแล้วเธอรู้สึกว่าร่งอรุณหนาวเหน็บเป็นพิเศษ“ซูเจ๋อท่านกอดข้าอีกหน่อยสิ”ซูเจ๋อกอดรัดเธอไว้อย่างเหนียวแน่นฉินหรูเหลียงเตือนว่า “ไม่นาน ทหารเปลี่ยนเวรก็จะมากันแล้ว เฉินเสียน ท่านรีบออกไปเถอะ แล้วสวมหมวกดีๆด้วย”ซูเจ๋อช่วยเธอจัดเรือนผมแล้วสวมหมวก กล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “ออกไปเถอะ”166
เขากะพริบตาพลันบดบังสีดำขลับของดวงตา กล่าวอีกว่า “หน้าประตูมีเสียงคุยกัน มีคนมาแล้ว”เฉินเสียนจึงหยัดกายเดินออกจากห้องขัง ท่าทางฉินหรูเหลียงว่องไวมาก ตอนที่เธอออกมา เขาเอาฝั่ามือดันกุญแจ และแล้วก็ล็อคกุญแจห้องขังสำเร็จ ชั่วพริบตาก็แขวนลูกกุญแจไว้บนผนังยามเฝั้าคุกทั้งสองคนเข้ามาถึงก็ดำเนินขั้นตอนสับเปลี่ยนเวรเสร็จสรรพ เฉินเสียนกับฉินหรูเหลียงก็ถึงเวลาออกไปแล้วเฉินเสียนเดินผ่านทางเดินไปเรื่อยๆ อิริยาบถของซูเจ๋อคล้ายกับตอนที่เธอมาไม่มีผิดเพี้ยน เขายังคงนั่งพิงประตูห้องขังด้วยเงาร่างจางๆและเงียบสงบเฉินเสียนกวาดสายตามองเขาแวบหนึ่ง ทว่าเขากลับตอบสนองไม่ได้ระหว่างที่ทั้งสองเดินออกไปมีองครักษ์มาลาดตระเวน