กเข้าไปใหญ่ ราวกับว่าจะดูดเฉินเสียนเข้าไปทั้งตัวยังไงอย่างงั้นเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บางเบาว่า : “ยังมีอะไรที่อยากจะพูดอีก ข้าจะไปจริงๆ แล้ว”เฉินเสียนจึงถามขึ้นว่า : “ท่านรีบหรือเปล่า หากท่านไม่รีบ ข้าอยากจะกอดท่านอีกสักครั้ง”ซูเจ๋อหัวเราะเบาๆ แล้วจึงตอบกลับไปว่า : “ไม่ค่อยรีบ”เขาจึงเดินกลับมาที่ข้างเตียง วางหมวกขุนนางลง แล้วจึงค่อยๆ เอื้อมมือไปรั้งตัวของเฉินเสียนเข้ามากอดไว้จากกันครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กอดเขาแบบนี้ คลอเคลียเขาแบบนี้ และได้ยินเสียงของเขาข้างหูแบบนี้อีกความคิดถึงคะนึงหาในแต่ละวันมันช่างยาวนานเสียเหลือเกินเธอกลัวว่าการที่ไม่ได้พบเจอนานเกินไป จะทำให้เธอฟุั้งซ่านคิดแต่เรื่องไร้สาระเท่านั้นเพราะการพบเจอเขาในทุกๆ ครั้ง ทุกๆ อย่างมันช่างมีค่าเสียเหลือเกินแขนทั้งสองข้างของเฉินเสียนสอดผ่านเอวของเขา เสื้อผ้าที่เนื้อสัมผัสละเอียดและอ่อนนุ่ม นำมาซึ่งผิวสัมผัสที่อ่อนละมุนและเย็นสบาย เธอดึงหลังของเขามาแนบชิด เส้นผมที่นุ่มสลวยของเขาซอกซอนไปตามซอกนิ้วของเธอเฉินเสียนซุกหน้าเข้ากับเส้นผมบนไหล่ของเขาด้วยความโลภ และรู้สึกว่าเขาเองก็ได้รวบกอดเอวของเธออย่างแนบแน่นด้วยเช่นกัน ถูกกั้นเพียงแค่ชุดเสื้อผ้าบางๆ ที่สวมใส่ แผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัสของเธอ18
ได้กลิ่นไม้กฤษณาหอมอ่อนๆ หัวใจของเฉินเสียนหวั่นไหวจนแทบจะอ่อนระทวยไปหมดเธอขยับใกล้กับลำคอของเขา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงพึมพำข้างหูของเขา