เฉินเสียนสัมผัสปลายลิ้นของซูเจ๋อ ถูกเขายั่วเย้าจนต้องพัวพันกับเขา โดยรู้สึกว่าตนแพ้พ่ายอย่างถอดตัวไม่ขึ้นเฉินเสียนครางเสียงออกมาอย่างไม่รู้ตัว เรี่ยวแรงของเธอค่อยๆถูกดูดออกจากเรือนร่าง สองเท้าอ่อนยวบราวกับเหยียบบนดอกฝ้ายซูเจ๋อโอบเอวเธอเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่นเฉินเสียนเอื้อมมือไปคล้องเอวซูเจ๋อ ย้ายจากบริเวณเอวมาอยู่หลังไหล่ของเขาพร้อมกับใช้แรงทั้งหมดที่มีโอบกอดเขาเอาไว้เมื่อใกล้จะหายใจไม่ออก ซูเจ๋อจึงให้โอกาสเธอหายใจ พลางกระซิบถามเสียงแหบพร่าว่า “พอหรือยัง?”เฉินเสียนมองเขาด้วยแววตาพร่ามัว ส่ายหัวตอบว่า “ไม่พอ”ซูเจ๋อจึงจูบต่อไปอีกมือข้างหนึ่งของเขาโอบเอวเธอ ส่วนอีกข้างก็จับท้ายทอย แล้วจูบเธออย่างมืดฟ้ามัวดินทุกครั้งที่เธอใกล้จะหายใจไม่ออกอยู่รอมร่อ เขาก็จะหยุดแล้วถามเธอว่าพอหรือยังเหตุการณ์ลักษณะนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ จูบลึกบ้างตื้นบ้างอย่างเพลิดเพลินปรารถนาอยากให้เป็นแบบนี้จนชั่วฟ้าดินสลาย1137
ในที่สุดเธอก็ได้กอดเขาอย่างหนำใจเสียที มือจับอาภรณ์อันเป็นระเบียบของเขาด้วยความอิ่มเอมใจคลับคล้ายคลับคลาว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าบริเวณชายคาหน้าเรือน ทว่าเธอไม่แยแสเจ้าของเสียงฝีเท้าคือลูกเจ้าของเรือนผู้มีทรงผมหัวจุกเฉกเช่นตุ๊กตานำโชคของชาวจีนและสวมเสื้อคลุมปุยฝ้ายกำลังวิ่งพล่านเข้ามา ก่อนจะหยุดแล้วยืนจ้องอยู่หน้าประตูด้วยความสงสัยสตรีเจ้าบ้านออกมาก็ปิดตาบตรชายของตน แล้วลากเขาเข้าบ้าน พร้อมกับพึมพำว่