า “เป็นเด็กเป็นเล็กดูอะไรกัน”เด็กถามอย่างไร้เดียงสา “ท่านแม่ พวกเขาทำอะไรกัน?”“กำลังเล่นกันอยู่”“ข้าก็จะเล่น”“มีแต่ผู้ใหญ่เล่นอย่างนี้ได้ อายุเท่าเจ้าต้องทำการบ้านอย่างเดียว”ยามที่ค่อยๆหยุดจากการจูบ ซูเจ๋อก็คลายเธอออก แล้วถอยออกไปเล็กน้อยเฉินเสียนหายใจอย่างไม่เป็นจังหวะ พลางเผยริมฝีปากบวมแดงและคางที่แดงระเรื่อ รับกับผิวขาวดุจหิมะในยามเหมันตฤดู จนกลายเป็นภาพงดงามน่าหลงใหลเธอได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูกพลันเม้มปากอย่างอดไม่ได้ แววตาที่ทอแสงแวววาวไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีแววตาซูเจ๋อเกิดคลื่นนํ้าวนที่เกือบกลืนเฉินเสียนเข้าไปอยู่รอมร่อ1138
“เมื่อครู่มีเด็กกับมารดาของเขาเห็นแล้ว” เฉินเสียนกล่าวเสียงแหบพร่า“ไม่ต้องกังวล ข้าบังหน้าท่านอยู่”“ท่านคิดจะปิดหูขโมยกระดิ่ง”“ข้ายังไม่พอ”เฉินเสียนมองเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าตนเลยเขาก็ทรมานจากความคิดถึงเช่นกัน ไม่งั้นคงไม่สวมหน้ากากล่อเธอมาที่นี่หรอกเฉินเสียนยิ้มน้อยๆ ยื่นมือจับใบหน้าเขา พลางกล่าวว่า “คืนนั้นท่านจงใจปล่อยข้า สุดท้ายท่านก็ยอมประนีประนอม”“หากไม่ปล่อยท่านมา เกรงว่าท่านคงเกลียดชังข้าแล้วละ”เฉินเสียนไปนวดคอด้านหลังให้ซูเจ๋อ พลางกล่าวว่า “ลำบากท่านแล้ว ทั้งๆที่หลบได้ แต่ก็ปล่อยให้ข้าทุบแล้วแสร้งทำเป็นสลบ”“ท่านลงมือหนักมาก ถึงแม้จะไม่ได้สลบทันที แต่ก็ไม่วายรู้สึกเวียนศีรษะไปชั่วขณะ”เฉินเสียนหยุดนวดแล้วกล่าวเสียงบางเบาว