้นกลับสงบและเงียบสนิทในที่สุด เฉินเสียนก็มองเห็นทางด้านหน้า เธอวิ่งตรงเข้าไปโดยไม่คิดไตร่ตรองเลยสักนิด เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้วก็เจอกับทางตันที่ไร้ผู้คน ที่เดิมที่เธอและเขาเคยพากันวิ่งเข้ามาเมื่อครั้งก่อนทางตันนี้ก็ยังเหมือนกับครั้งที่แล้วไม่มีผิด เพียงแต่ดูแล้วค่อนข้างร้างและไร้ซึ่งชีวิตชีวาช่องว่างระหว่างก้อนอิฐบนกำแพงนั้น เต็มไปด้วยตะไคร่นํ้าที่กำลังเผชิญกับความหนาวเหน็บของเหมันตฤดู ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเฉินเสียนหายใจหอบ เงยหน้าขึ้นมามอง ก็เจอเข้ากับจุดสิ้นสุดของความหดหู่และความโศกเศร้า เงาแผ่นหลังของชายชุดดำสนิทยืนอยู่ภายใต้กำแพงนั่นเมื่อลมพัดผ่านกำแพง ทำให้เกิดเสียงหวีดของลมขึ้นมา1127
แดดจ้ากระทบดวงตา พลอยทำให้เขาในชุดสีดำสนิทดูลุ่มลึกราวกับนํ้าหมึกสีทมิฬเฉินเสียนฟังเสียงเต้นหัวใจของตัวเอง ยืนอยู่ด้านหลังของเขา พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่แหบพร่า : “ซูเจ๋อ ใช่ท่านหรือเปล่า?”เขาค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ มองดูเฉินเสียนอยู่เนิ่นนาน แล้วจึงยกนิ้วมือที่เรียวยาวและขาวสะอาดนั่น ค่อยๆ ปลดหน้ากากหลากสีสันนั่นออกจากใบหน้าช้าๆเผยใบหน้าที่ขาวเนียนสะอาดสะอ้านออกมา คิ้วและนัยน์ตาที่เรียวยาว จ้องมองไปยังบนตัวเธอ ราวกับอัญมณีที่ลํ้าค่าที่สุดในใต้หล้านี้ ลุ่มลึกและลึกลับ ต้องตาตรึงใจเธอจำเขาไม่ผิดเพียงแค่มองผ่านๆ เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นซูเจ๋อทั้งๆ ที่เขาอยู่แค่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่คิดถึงเขาขนาดนั้น แต่เวล