านี้ ร่างกายของเฉินเสียนกลับหนักอึ้งไปทั้งตัว ไม่มีแรงที่จะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียวทั้งๆ ที่……อยากเจอเขามากขนาดนี้ แต่เมื่อเจอหน้าแล้ว เห็นแล้ว เธอกลับหลุบตาลงตํ่า ปกปิดแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวเธอยังหายใจหอบ ผ่านไปนานแล้วแต่ก็ไม่อาจจะสงบลงได้ จนในที่สุด ทางตันนี้ก็มีเพียงเสียงหายใจของเธอที่ดังก้องซูเจ๋อยิ้มบางเบาพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านอย่ารีบวิ่งขนาดนี้ ข้าก็แค่รอนานขึ้นอีกหน่อยจะเป็นไรไป”1128
เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยความแปลกใจว่า : “ท่านมั่นใจขนาดนั้นหรือว่าข้าจะตามหาท่าน? หากว่าข้าหาท่านไม่เจอล่ะ?”“หากว่าหาไม่เจอ ก็คงต้องรอครั้งหน้ากระมัง”เสียงของเขาอ่อนโยนราวกับหยก ที่ทำให้ใจหวั่นไหวกว่าลมที่พัดผ่านกำแพงนั่นเสียอีกเฉินเสียนฟังแล้วก็รู้สึกหวั่นไหวไปทั้งใจในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นมานั้น เธอได้สลัดสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวนั่นออกไปจนหมดสิ้น จ้องมองซูเจ๋อ ยิ้มขึ้นที่มุมปากบางเบาเธอจะต้องห้ามโลภอย่างเด็ดขาด แค่ได้เจอหน้าก็อยากจะอยู่ด้วยชั่วชีวิต นั่นเป็นความเห็นแก่ตัวของเธอคนเดียว ที่อาจจะพลอยทำให้เขาลำบากได้เจอะเจอแค่เพียงเสี้ยวนาที เท่านี้ก็ดีเกินพอแล้วไม่ใช่หรือ?เฉินเสียนเก้าไปข้างหน้าอีกสองเก้า เธอก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเขามองเห็นเขาที่อยู่ตรงหน้าเธอ จู่ๆ เฉินเสียนก็รู้สึกไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอมากแล้วเงียบอยู่ครู่หนึ่ง