จากนั้นซูเจ๋อกล่าวอีกว่า “หากแม่ทัพฉินกับคุณชายเฮ่อจะกลับไป ข้าจะไม่ขัดขวางเด็ดขาด”เฉินเสียนกล่าวว่า “ในเมื่อหัวใจทุกคนไม่ประสานเป็นหนึ่งเดียว ไยต้องลงใต้ด้วยเล่า มิสู้กลับเรือนใครเรือนมันเสียจะดีกว่า”เธอมีความทัศนคติในเชิงลบ ขาดความกระตือรือร้นเช่นนี้น้อยมากยามที่เดินทางมาถึงจุดพักรถม้าในชนบท พวกเขาเข้าพักเรือนเดี่ยว ซึ่งมีสี่ห้องนอนพอดีซูเจ๋อพาเฉินเสียนเข้าห้องเฉกเช่นปกติ หมายจะวางเธอไว้บนเตียงเฉินเสียนกล่าวว่า “ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากนั่ง”“ได้”ดังนั้นซูเจ๋อจึงอ้◌ุมเธอไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วมัดเธอไว้กับเก้าอี้ตัวนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้อย่าว่าแต่เฉินเสียนสามารถถูเชือกริบบิ้นกับเก้าอี้ให้ขาดได้เลยแค่ขยับกายเล็กน้อยก็ยากแล้วสองขาของเธอถูกมัดติดกับฐานเก้าอี้ แค่ยืนก็เป็นปัญหาแล้วอารมณ์เฉินเสียนพล่◌ุงพล่านด้วยความโมโห กล่าวว่า “ท่านระวังข้าเพียงนี้เลยหรือ? วรยุทธของท่านเหนือกว่าข้า วิ่งเร็วกว่าข้า ข้าคู่ควรให้ท่านระวังตรงไหน”991
ซูเจ๋อกล่าว “ข้าไม่ได้ระวังท่าน ข้าเพียงระวังบังเอิญที่ไม่คาดฝัน”“ก่อนหน้านี้ข้ายังค่อยยํ้าเตือนตัวเองเสมอ ต้องคิดถึงหัวอกท่านบ้าง ตอนนี้เห็นทีท่านทั้งดื้อทั้งไม่มีเหตุผลกว่าข้าอีก”ซูเจ๋อไม่แยแสต่อความโกรธของเธอ กล่าวเสียงแผ่วเบา “ท่านนั่งก่อนประเดี๋ยวข้าก็กลับมา”เห็นซูเจ๋อจะออกไป ความคิดเฉินเสียนก็บังเกิด กล่าวโดยทันทีทันใดว่า “ฟ้ามืดแล้ว ข้าไม่ชอบความมืด ท่า