นจุดไฟก่อนแล้วค่อยไป”ซูเจ๋อมองท้องฟ้าก็ใกล้จะคํ่าแล้วจริงๆ ปล่อยให้เฉินเสียนอยู่ห้องคนเดียวเกรงว่าจะยิ่งบั่นทอนจิตใจ ฉะนั้นซูเจ๋อจึงสาวเท้าไปข้างโต๊ะแล้วจุดเทียนก่อนออกไปเก้าอี้ที่เฉินเสียนนั่งยังห่างจากโต๊ะระยะหนึ่ง เธอเอื้อมไปไม่ถึงเธอมองซูเจ๋อออกไปอย่างสง่าผ่าเผยโดยที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวซูเจ๋อยืนเคาะประตูห้องของเฮ่อโยวเฮ่อโยวกำลังกลัดกลุ้มกับถ้อยคำของเฉินเสียนเมื่อตอนกลางวัน เขาคาดไม่ถึงว่าซูเจ๋อจะมาหาเขา จึงอึ้งอยู่หน้าประตู ไม่รู้ว่าควรออกไปหรือเข้าห้องดีซูเจ๋อกล่าวเสียงเรียบเฉย “เข้าไปคุยกัน”“ออ” เฮ่อโยวหลีกทางให้เขาฝั่งเฉินเสียน เมื่อซูเจ๋อไม่อยู่ตรงหน้า เธอก็สามารถสงบจิตสงบใจ ไม่ใช่สักแต่จะโมโหท่าเดียวเธอรวบรวมสมาธิคิดหาหนทางแก้มัดเชือกของตัวเอง992
โชคดีที่ก่อนซูเจ๋อจะออกไป เธอเรียกร้องให้จุดไฟ เชือกริบบิ้นบนมือถึงจะมัดแน่นแค่ไหน เมื่อเจอไฟก็ต้องติดแน่นอนเทียนบนโต๊ะคือตัวช่วยชิ้นสำคัญฉะนั้นเมื่อซูเจ๋อออกไป เฉินเสียนก็นิ่งเฉยเฉินเสียนพยายามสุดแรงเพื่อจะได้เข้าใกล้โต๊ะ แต่ก็ยังคงห่างกันช่วงหนึ่งต่อมาเธอกัดฟันสู้ ใช้ปลายนิ้วดึงผ้าปูโต๊ะมายังทิศทางของตนสำเร็จชั่วพริบตานั้นเชิงเทียนขาดความสมดุลจนล้มลงมาอยู่บนผ้าปูโต๊ะเมื่อเห็นเปลวเทียนไขโดนผ้าปูโต๊ะเล็กน้อย เฉินเสียนก็อธิษฐานในใจว่า ไฟรีบติดสิ ต้องติดมาทางนี้นะเธอจะได้แก้เชือกริบบิ้นออกเสียทีไฟบนโต๊ะค่อยๆขยายกว้างขึ้น เมื่อสะเก็ดไ