ฟหล่นใส่เก้าอี้ข้างโต๊ะซึ่งเก้าอี้แต่ละตัวก็ปูด้วยผ้าทั้งหมด ยามนี้เก้าอี้ก็ติดไฟบ้างแล้วไม่นานภายในห้องเต็มไปด้วยแสงสว่างจากกองไฟตอนที่ซูเจ๋อกลับเข้ามาก็เห็นกองไฟรายล้อมเฉินเสียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวโดดๆเขาดึงผ้าที่ติดไฟทั้งหมดลงพื้นด้วยสีหน้าแปลกประหลาด รอให้ไฟเผาผลาญจนมอดไหม้ก็เสร็จเรื่องแล้วเขาดึงเชิงเทียนที่ล้มลงขึ้นมาตั้ง กล่าวด้วยเสียงลึกลํ้ายากจะหยั่งถึง “ท่านทำมันล้ม?”993
เฉินเสียนก้มหน้าไม่ตอบเป็นเวลานานซูเจ๋อกล่าวเสียงเรียบอีกว่า “หากข้ามาช้ากว่านี้ ท่านไม่เผาตัวเองตายหรอกหรือ เห็นทีว่าข้าคงมัดท่านไม่แน่นพอ”เขาพูดไปพลาง แก้เชือกริบบิ้นไปพลาง ทำท่าจะมัดเฉินเสียนให้แน่นกว่าเดิม“เหตุใดจึงไม่พูด ข้าเข้าใจท่านผิดหรือ?” ซูเจ๋อโน้มตัวไปหาเธอ เห็นเธอก้มหน้าก็ใจอ่อน ปรับสีหน้าให้อ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือช่วยเธอจัดผมจากนั้นยังไม่ทันดึงมือกลับ ของเหลวอ่◌ุนๆก็หยดใส่หลังมือของซูเจ๋อมือของซูเจ๋อค้างอยู่อย่างนั้นต่อด้วยหยดที่สอง หยดที่สามหยดลงมาโดนหลังมืออย่างไม่หยุดหย่อนซูเจ๋อปัดเส้นผมเธอออก ก่อนจะจับใบหน้าเธอขึ้นมา และแล้วก็เห็นดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยดนํ้าตาการมองเห็นของเฉินเสียนพร่ามัวเพราะมีแสงหยาดนํ้าตาปิดบัง มองใบหน้าซูเจ๋อไม่แจ่มชัด เห็นเพียงเงาดำปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอซูเจ๋อกล่าวเสียงท้◌ุมตํ่า “อย่าร้อง ครั้งหน้าไม่ปล่อยให้ท่านอยู่ให้ห้องคนเดียวแล้ว เมื่อครู่ข้าก็ไม่ได้จากไปไกล แค่ไปคุย