านอย่างเต็มที่ในปากของเขาเนิ่นนานหลังจากนั้นมือของเฉินเสียนก็เต็มไปด้วยความเหนียวเหนอะถํ้าที่เคยหนาวเหน็บอบอุ่นราวกับยามวสันตฤดูทั้งเฉินเสียนและซูเจ๋อค่อยๆ สงบลง หลังจากนั้นจึงเกิดเป็นความเงียบที่งดงามเรี่ยวแรงของเฉินเสียนยังคงไม่ฟื้นคืนกลับมาอยู่นาน มือของซูเจ๋อยังกลัดอยู่ที่เอวของเธอ สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นยังคงกระตุ้นประสาทสัมผัสของเธออย่างไม่หยุดหย่อน957
เธอรู้สึกว่าเธอกับซูเจ๋อเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกก้าวหนึ่งการใกล้ชิดขึ้นทีละนิดเช่นนี้ทำให้เฉินเสียนรู้สึกตราตรึงและพอใจไม่มีเวลาไหนที่จะมีความสุขไปกว่าการได้กอดเขาอยู่เงียบๆ เช่นตอนนี้ซูเจ๋อจูบเบาๆ เพื่อทิ้งรอยจูบไว้บนร่างกายของเธออย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเฉินเสียนถามอย่างสะลึมสะลือว่า “เหนื่อยไหม”“คำนี้ข้าควรจะถามท่านมากกว่า”เฉินเสียนเม้มปาก เอ่ยอย่างเขินอายว่า “ท่านไม่ได้ทำอะไรข้าจริงๆ เสียหน่อย ที่สุดแล้วมันไม่ยากเลยจนนิดเดียว ท่านนั่นแหละที่บาดเจ็บ ไหนจะยัง…เมื่อครู่นี้อีก… เอ่อ… น่าจะรู้สึกเหนื่อย”“ไม่ยากเลยจนนิดเดียว” ซูเจ๋อออกความเห็นอย่างเกียจคร้าน “อืม คำนี้ก็บ่งบอกได้แจ่มชัดดี”เฉินเสียนเหลือบมองเขาอย่างขาดความมั่นใจและกล่าวว่า “ข้าถามท่านถึงร่างกายของท่านอย่างจริงจัง แต่ท่านกลับมาล้อข้าเล่น”“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะตอบท่านอย่างจริงจังเช่นกัน” ซูเจ๋อลูบไล้เฉินเสียนที่อยู่ในอ้อมแขนและหายใจรดอยู่ที่ข้างหูของเธอ“ข้ารู้สึกมีความสุขทั้งกา