เหินท่ามกลางคนมืดมิด”“ท่านไม่ใช่คนเลวที่มีคุณสมบัติครบครัน แต่ข้าใช่”“ข้าคือผู้ที่ลากทุกคนลงเหวนรก ให้พวกเขารอคอยการช่วยเหลือจากท่าน”“อันที่จริงท่านติดตามข้า ท่านไม่ต้องทำเรื่องเลวระยำแต่อย่างใด ข้าจะทำเองท่านทำแต่เรื่องดีงามก็พอ”……เฉินเสียนหลุบสายตาลง นิ้วมือจับขอบคันฉ่องอย่างแน่นชิดเธอพยายามไม่มองตัวเองในกระจก กลัวว่าจะเห็นความเจ็บปวดและความอ่อนแอในแววตาตนหากไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ ซูเจ๋อจะไปทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรเธอคาดเดาความจริงได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเปิดโปงเขา เธอกลัวความโหดร้ายที่อยู่ภายใต้ความจริง779
ทว่ายามนี้ทำการเปิดโปงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับเธอความทรงจำเมื่อคืนอาจสับสนว่◌ุนวาย แต่ซูเจ๋อจำได้ฝังใจซูเจ๋อคิดจะละทิ้งตนเพื่อช่วยให้เธอประสบผลสำเร็จมีสำนวนคำหนึ่งกล่าวไว้ว่า หากไม่มีใจก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวดซึ่งยามนี้เฉินเสียนทั้งมีใจทั้งเจ็บปวดก่อนออกจากห้องเฉินเสียนปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบลง เธอฉีกปลายกระโปรงเพื่อทำเป็นผ้าพันคออย่างเรียบง่าย แล้วมาบดบังบริเวณคอบรรดาแม่ศรีเรือนในหมู่บ้านเห็นก็รู้สึกแปลกใหม่สวยงาม จึงถามว่า “องค์หญิงจิ้งเสียนเจ้าคะ อันนี้เป็นวิธีแต่งกายแบบไหนหรือเจ้าคะ?”เฉินเสียนกล่าว “ข้ารู้สึกหนาวบริเวณคอ จึงใช้ผ้าพันคอคลุมไว้”“ที่แท้ก็เรียกว่าผ้าพันคอนี่เอง”บรรดาแม่ศรีเรือนในหมู่บ้านต่างพากันเรียนแบบ เลือกลายหลากหลายสีสันมาทำ ซึ่งต่อมาผ้าพันคอก็กลายเป็นเ