หิตเยือกเย็น ทว่าเขาก็คือซูเจ๋อเฉินเสียนสบตาเขา พลางเอ่ยว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าข้ากลัวสิ่งใด หากกลัวท่านเดินมือเปื้อนเลือดในความมืดมนผู้เดียวนานเกินไป สุดท้ายก็ไม่อาจเดินเป็นเพื่อนข้าได้ ซึ่งท่านเคยรับปากข้าแล้วว่า ภายภาคหน้าไม่ได้มีท่านเพียงคนเดียวแล้วท่านตั้งชื่อให้เจ้าน่องน้อยแล้ว อีกหน่อยพวกเราต้องเป็นครอบครัวเดียวกันแน่ๆ……หากทั้งหมดทั้งมวลที่ท่านกระทำเพื่อข้า แล้วใครทำเพื่อท่านล่ะ?”ซูเจ๋อเอ่ย “ไม่ใช่ยังมีท่านหรอกหรือ ข้าทำเรื่องเลวร้าย แต่ยังมีท่านคอยตามแก้ไขอยู่ด้านหลัง คอยชดเชยแทนข้า เช่นนั้น ข้าคิดว่าแม้จะมีกรรมตามสนองสวรรค์ก็คงเมตตาข้าบ้าง”“ไม่ได้” เฉินเสียนส่ายหัว “ต้องเป็นข้าที่ได้รับผลกรรม เพราะท่านทำเพื่อข้าบ่อเกิดของเรื่องคือข้า ข้าไม่อยากเห็นท่านเกิดเรื่องที่สุด”“หากวันนั้นมาถึง” ซูเจ๋อเอ่ยเสียงท้◌ุมตํ่า “ข้าจะไม่ให้ท่านเห็น”“ซูเจ๋อข้าปวดหัว” เฉินเสียนสูดลมหายใจเข้า เอ่ยว่า “เข้ามาอุ้มข้า”ซูเจ๋ออึ้ง เห็นนํ้าตาเธอไหลก็ค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปกอดเธอแนบแน่น“อาเสียน ท่านไม่คิดบัญชีกับข้าแล้วหรือ?”“ต้องคิด แต่ยามนี้ข้ารู้สึกสับสนไปหมด ยังคิดไม่ออกในทันที……ข้าจะไว้ค่อยๆคิดบัญชีภายหลัง” เธอสับสน รู้สึกมืดแปดด้าน ทุกอย่างพร่ามัวไม่ฉายชัดแม้กระทั่งสาเหตุที่เธอเศร้าโศกเสียใจก็ค่อยๆเลือนราง767
เธอก้มหน้าอยู่ในอกกว้างของเขา หายใจลึกๆเบาๆ“เมื่อก่อนข้าคิดว่าข้าตกหลุมรักบุรุษผู้สมบูรณ์แ