นนี้ของท่านท่านประเคนใจปราชาให้ข้าโดยใช้ชีวิตผู้คนแลกมา ข้าไม่อยากได้”ซูเจ๋อยืนอยู่ด้านหน้าเธอ ก้มหน้าแล้วเอื้อมมือจูงเธอขึ้นมาทว่าเฉินเสียนกลับหลบไปอีกทางซูเจ๋อหลุบตามองมืออันว่างเปล่าของตน พลางเอ่ยด้วยความเศร้ารันทด “ข้าไม่เคยเพ้อฝันว่าตัวเองจะเป็นคนดี อาเสียน ขอโทษ ข้าทำให้ท่านผิดหวังแล้ว”เฉินเสียนข่มเสียงสะอึกสะอื้นสุดความสามารถ เอ่ยเสียงแหบพร่า “ซูเจ๋อท่านกระทำเยี่ยงนี้ แปดเปื้อนเลือดทั่วทั้งตัว น่ากลัวยิ่งกว่าติดโรคระบาดเสียอีก”“ข้ารู้ว่ากรรมต้องสนองข้าไม่ช้าก็เร็ว” ซูเจ๋อยิ้มด้วยความเปล่าเปลี่ยว “ถึงยามนี้ข้าก็ไม่รู้ว่ามีคนตายในเงื้อมมือข้ากี่คน ข้านับไม่ถ้วน อาเสียน ข้าฆ่าคนเป็นแต่ไม่ได้หมายความว่าข้าชอบฆ่าคน”เสียงของเขาพัดผ่านศีรษะเธอ ยังคงให้ความรู้สึกเย็นสบายเช่นเคย“เพียงแต่ข้ากลับไปไม่ได้แล้ว ข้าต้องบรรลุเป้าหมายเท่านั้น ขอเพียงสามารถเอาของที่ท่านสูญเสียกลับคืนมา แม้เลือดนองปฐพีอีกครั้ง ข้าก็ยินดี เมื่อเทียบกับการสู้รบของสองแคว้น การนองเลือดในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นความเสียหายอันน้อยนิด”เฉินเสียนเงยหน้ามองใบหน้าอันเลือนรางที่ถูกเปลวไฟสาดส่อง เอ่ยว่า “แต่ข้าไม่อยากให้ท่านทำเช่นนี้ ข้าไม่อยากให้ท่านใช้วิธีโหดเหี้ยมเยี่ยงนี้เดิมทีข้าคิดว่า สิ่งที่ท่านเอ่ยว่าจะช่วยข้าช่วงชิงของสกปรกพวกนั้นกลับคืนมาข้าคิดว่าเป็นเพียงอำนาจที่ต้องวางเล่ห์กลอุบาย แต่หารู้ไม่ว่า ไม่เพียงแต่อำนาจเท่