ม่ได้รับกำลังใจเหล่านี้ ฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งฟ้าใกล้จะมืดแล้ว ตอนที่เฉินเสียนเข้าไปช่วยแม่ทัพโฮ้ว ซูเจ๋อเองยังคงยืนดูอยู่ด้านข้างไม่ไกลมากเรื่องพวกนี้เขาไม่สามารถช่วยเฉินเสียนทำได้ เธอต้องเดินทางนี้ด้วยตัวเองชื่อเสียงพวกนี้ เธอจำเป็นที่จะต้องสะสมมันทีละก้าวด้วยตัวของเธอเองหากเปรียบเทียบกับเฉินเสียนแล้ว ซูเจ๋อไม่ได้ต้องการชื่อเสียง เขาวางตัวเองไว้ในตำแหน่งที่ไม่สะดุดตาที่สุด ตอนที่เฉินเสียนอยู่ด้วยเขาจะคอยเป็นแค่ตัวประกอบ เวลาที่เฉินเสียนไม่ได้อยู่ด้วย ในสายตาของผู้อื่นนั้น เขาเป็นเพียงแค่นักปราชญ์ที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างเมื่อเฉินเสียนลงไปแล้ว เธอก็ทำตัวเองเสียจนสกปรกเลอะเทอะไปหมดทั้งตัวเต็มไปด้วยดินโคลน แต่เธอเองก็ไม่ได้สนใจ รีบแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางเหล่าทหารอย่างรวดเร็วเมื่อฟ้ามืดแล้ว ทุกคนต่างพากันเดินทางกลับไปยังเมืองอวิ๋น676
เฉินเสียนได้ลงมือตุ๋นซุปแก้หนาวอีกครั้ง แจกจ่ายทุกคนคนละถ้วยเมื่อห้องครัวส่งอาหารมา เฉินเสียนและซูเจ๋อนั่งทานอาหารตรงข้ามกันซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ฉินหรูเหลียงเข้าครัวฝึกทำอาหาร ซุปนกพิราบในตอนนั้นเขาเป็นคนตุ๋นให้ท่านหรือ?”“ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นนกพิราบ? ไม่ใช่นกหรอกหรือ?” เฉินเสียนเหลือบไปมองเขาซูเจ๋อพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า : “อ๋อ ที่แท้แล้วเป็นนกพิราบหรอกหรือ เฮ่อโยวไม่ได้พูดให้ชัดเจน นกพิราบกับนกก็อยู่ในตระกูลเดียวกันนั่นแหละ แล้วซุปอ