ดึงมือออกและกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไร”เฉินเสียนไม่มีเวลาแช่มือในนํ้าเย็น เธอหยิบมันขึ้นมาและคนยาสมุนไพรที่อยู่ข้างใน จากนั้นจึงเติมนํ้าเพิ่มและนำกลับไปต้มอีกครั้งในเวลานั้นหมอหลวงมาเปลี่ยนยาให้ฉินหรูเหลียงพอดี เขาจึงขอให้หมอหลวงหายาขี้ผึ้งมาทาแผลไฟลวกให้ด้วย จากนั้นเขาก็ยื่นยาให้เฉินเสียนพลางกล่าวว่า“ทาเสีย ทาแล้วจะได้หายเร็วขึ้น”สายตาของเฉินเสียนเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นบนข้อมือของเขา เธอชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปรับยามาเธอยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นบันไดและซบหน้าอยู่กับหัวเข่า ได้ยินหมอหลวงพูดกับฉินหรูเหลียงแว่วๆ ว่า “อาการบาดเจ็บของท่านแม่ทัพยังไม่หายดี ความจริงแล้วยังไม่ควรจะออกไปเดินข้างนอก…”ดูเหมือนจะบ่นพึมพำอยู่เป็นนานหลังจากนั้นเฉินเสียนก็ไม่ได้ยินอะไรอีก เธอหลับตาลงและหลับลงไปฉินหรูเหลียงยืนอยู่ที่ประตูฝั่งตรงข้ามและหันกลับไปมองเธอการที่เธอเฝ้าเตายาและซบหน้างีบหลับอยู่เช่นนั้นทำให้ฉินหรูเหลียงรู้สึกเจ็บปวด522
คำตอบของเฉินเสียนชัดเจนมากอยู่แล้ว สูญเสียก็คือสูญเสียฉินหรูเหลียงรู้ว่าตลอดชีวิตนี้เฉินเสียนจะไม่มีวันทำเพื่อเขา เธอจะไม่เฝ้าดูเขาอย่างใส่ใจจนกระทั่งไม่แม้แต่จะยอมกลับห้องไปนอนในที่สุดฉินหรูเหลียงก็ทนไม่ไหวและเดินไปพูดกับเธอว่า “ถ้าเหนื่อยก็กลับไปนอนที่ห้อง ที่นี่มีหมอหลวงมากมายคอยช่วยดูแลแทนท่าน”เธอไม่ตอบเฉินเสียนเป็นคนดื้อรั้น เมื่อเธอตั้งใจจะทำอะไรก็ไม่มีใครเปลี่ยนใจเธอไ