กันแน่นอยู่ใต้ก้อนหินขนาดยักษ์คนหนึ่งใช้ร่างยันก้อนหินไว้เพื่อแสวงหามุมสงบให้เธอ ส่วนอีกคนแอบอิงอยู่ในอ้อมแขนของเขา ใช้สองมือดันก้อนหินที่อยู่ข้างหลังเอาไว้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระที่เขาต้องแบกรับไม่รู้ว่าพวกเขาประคับประคองกันอยู่เช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว แม้ว่าจะมีคนมาช่วย แต่ก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาใดๆแม่ทัพใหญ่แห่งเย่เหลียงจำได้ว่าชายและหญิงคู่นี้เป็นองค์หญิงและทูตแห่งต้าฉู่แม่ทัพใหญ่ไม่กล้าชักช้า เขารีบเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อช่วยกันออกแรงย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนี้ออกไปด้วยคำสั่งนี้ ทุกคนจึงออกแรงพร้อมกัน พวกสูดลมหายใจเข้าก่อนจะฝืนยกก้อนหินขึ้นทีละน้อยในที่สุดซูเจ๋อที่ยันอยู่ข้างใต้ก็ค่อยคลายแรงและล้มตัวมาทางเฉินเสียนอย่างเงียบๆเฉินเสียนกอดเขาไว้เต็มอ้อมแขน ร่างกายของเธอค่อยๆ ฟื้นตัวจากอาการชาเมื่อเห็นว่านํ้าหนักที่ทับทาบลงมาในอ้อมกอดคือซูเจ๋อและบนร่างกายของเขามี501
เลือด อีกทั้งบนมือของเธอยังเต็มไปด้วยเลือดของเขา ความเจ็บปวดแทบขาดใจก็จู่โจมเข้ามาทั่วทั้งกายาเธอเอ่ยทั้งนํ้าตาว่า “ซูเจ๋อ ท่านต้องจำเอาไว้ ขาข้างที่เหยียบเข้าไปในดินแดนหลังความตายนั่น ท่านต้องถอนมันคืนกลับมาหาข้า!”มีความรักความห่วงใยและความโศกเศร้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าปกคลุมอยู่ระหว่างเธอกับซูเจ๋อเพียงแต่ไม่มีเวลาให้แปลกใจ แม่ทัพใหญ่รีบแบกซูเจ๋อขึ้นหลังและลงไปจากภูเขาอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ข้ามสะพานแขวนและตรงก