หลียงเป็นอย่างมาก จึงรีบรับด้วยความยินดีนอกจากนี้ องค์จักรพรรดิเย่เหลียงยังทรงรับสั่งให้ทหารย้ายตัวหลิ่วเฉียนเฮ้อออกจากกรงขังเดิม ไปยังกรงเหล็กที่แข็งแรงและแน่นหนากว่าเดิมด้านนอกกรงขังเหล็กมีกุญแจเหล็กขนาดใหญ่ที่ทั้งหนาและหนักมาก ซูเจ๋อเป็นคนลงกลอนเองกับมือแล้วจึงส่งมอบลูกกุญแจไว้บนมือของเฉินเสียน ภายใต้แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของหลิ่วเฉียนเฮ้อเฉินเสียนใช้นิ้วเกี่ยวกับพวงกุญแจไว้ แล้วจึงฉีกยิ้มที่มุมปากให้กับหลิ่วเฉียนเฮ้อ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไม่พอใจรึ? ระหว่างทางก็ทนไปก่อน แล้วกัน รอกลับเมืองหลวงแล้ว จะค่อยๆ ให้เจ้าได้พอใจ”ฉินหรูเหลียงที่เดินออกมาด้วยความอ่อนล้า เมื่อเห็นหลิ่วเฉียนเฮ้อในกรงเหล็กนั่น แววตาของเขาก็ชะงักไปทันทีเฉินเสียนเลิกคิ้วให้ฉินหรูเหลียงพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “พี่ชายของหลิ่วเชียนเสวี่ย คงไม่ต้องให้ข้าแนะนำแล้วกระมัง พวกท่านคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เอาล่ะ นี่ก็ไม่เช้าแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ”กรงเหล็กที่ใช้ขังหลิ่วเฉียนเฮ้ออยู่ ถูกยกไปไว้บนรถลาก มีทหารหลายนายคอยคุ้มกันเขาลงจากเขาเฉินเสียน ซูเจ๋อและฉินหรูเหลียงก็ได้เดินตามหลังมาติดๆ ด้านหลังยังมีทหารคุ้มกันอีกนับหลายนายตามหลังมาด้วย474
เมื่อเริ่มลงเขาไปแล้ว แม่ทัพใหญ่เย่เหลียงจะรับหน้าที่ดูแลต่อ เพื่อส่งพวกเขากลับไปยังอาณาเขตต้าฉู่ด้วยตัวเองบนเขานี้บรรยากาศเงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงเสียดสีของใบไม่ใ