มาเชื่อขุนนางฉู่อย่างเจ้า”ซูเจ๋อลืมตาขึ้น ภายในตาส่งความอบอุ่นออกมา “ข้ากระหม่อมซูอยู่ข้างองค์หญิงจิ้งเสียน ถ้าฝ่าบาทเชื่อข้ากระหม่อมซูก็ถือว่าเชื่อองค์หญิงจิ้งเสียนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”จักพรรดิพิจารณาคำพูดของซูเจ๋ออย่างรอบคอบ สีหน้าจึงค่อยค่อยๆเปลี่ยน“เวลานี้ต้าฉู่ยอมให้สามคูเมืองแก่เย่เหลียง” นํ้าเสียงของซูเจ๋อพูดอย่างผ่อนคลาย “กาลเวลาข้างหน้าต้าฉู่ถูกปราบได้ ค่อยให้สองเมืองกับเย่เหลียง เย่เหลียงยืนอยู่ข้างๆไม่ต้องทำอะไร ก็สามารถครอบครองอีกสองคูเมืองได้เช่นกัน นั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”“ถ้าไม่อย่างนั้น เวลานี้ฝ่าบาทควรจะยอมรับเงื่อนไขของต้าฉู่ที่ให้เพียงแค่สามคูเมืองก่อน หรือว่าจะทำสงครามกันระหว่างสองดินแดน ช่วงสงครามถ้าฝ่าบาทไม่ยอมปล่อยให้องค์หญิงจิ้งเสียนกลับไป ก็จะไปส่งเสริมให้เป่ยเซี่ยกับต้าฉู่เป็นพันธมิตรกัน นั่นไม่มีประโยชน์อะไรกับเย่เหลียงเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”จักพรรดิพูด “ไม่ใช่ข้าไม่ปล่อยนาง แต่เป็นเพราะนางไม่ยอมกลับไป”446
ซูเจ๋อหัวเราะ แล้วพูดว่า “นั่นก็แน่นอน นอกเสียจากฝ่าบาทจะปล่อยข้ากระหม่อมซูให้กลับไปพร้อมกัน เมื่อข้ากระหม่อมซูกลับไปต้าฉู่ ต้องเกิดสงครามอย่างไม่หยุดยั้งแน่นอน ถึงเวลานั้นจะชนะหรือแพ้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลเอง ”ไม่ว่าจะทางไหน สำหรับองค์จักรพรรดิเย่เหลียงแล้วนั่นไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่ฉลาดเลย ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแต่ต้องเชื่อซูเจ๋อและเฉินเสียน ที่เขา