กนั้นอดไม่ได้ที่จะมองไปทางฉินหรูเหลียง มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมาได้ทั้งสงสารเวทนา ทั้งโกรธเกลียดเธอไม่รู้ว่าในความสงสารเวทนากับความโกรธเกลียดนั้น มีเท่ากับเมื่อก่อนตอนที่เฉินเสียนผู้โง่เขลารักฉินหรูเหลียงนั้นอยู่เท่าไหรแต่สำหรับตัวเธอนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีความสัมพันธ์แบบคู่สามีภรรยากับฉินหรูเหลียง อีกอย่างเธอไม่อยากจะเห็นเขาล้มลงโดยไม่มีพลังในการต่อสู้ต่อไปเธอยังพอมีภาพความทรงจำได้เลือนรางว่า เมื่อตอนที่ผลแอพริคอตสีเหลืองแสงอาทิตย์ส่องแสงทอดผ่านใบไม้ลงมา ใบหน้าคิ้วเข้มตาโตของเด็กชายที่ได้ปีน433
ขึ้นไปกิ่งที่สูงที่สุดของต้นนั้นอย่างมีความสุข เพื่อเด็ดผลแอพริคอตที่หวานที่สุดให้แก่เธอแสงอาทิตย์ส่องบนใบหน้าของเด็กชาย เทียบไม่ได้กับราศีในตาของเขาที่เปล่งประกายเขากระโดลงมาจากต้นไม้ ปัดเสื้อที่เต็มไปด้วยใบไม้ออก แล้วยื่นผลแอพริคอตให้เธอ แล้วพูดว่า “เสี่ยวเสียน ข้าให้เจ้า”จิตใต้สำนึกของเฉินเสียนปฏิเสธอย่างฉลับพลัน นั้นไม่ใช่ความทรงจำของเธอแต่มันคือความทรงจำเดิมของเฉินเสียนดังนั้นแม้ว่าเธอหลับ แต่คิ้วของเธอค่อยๆขมวดเข้าหากัน ยิ่งหนักขึ้นซูเจ๋อก้มมองเห็น จึงนำนิ้วค่อยๆไปคลายคิ้วของเฉินเสียนพูดอย่างอบอุ่นว่า“ฝันร้ายใช่หรือไม่”เฉินเสียนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝันไม่สามารถถอนตัวออกมาได้ฉินหรูเหลียงพูดด้วยเสียงตํ่าแหบแห้งว่า “เจ้าห้ามแตะต้องนาง”ซูเจ๋อจึงหยุดขยับนิ้วไปพักหนึ่ง แล้วจึงลู