้นตอนที่เฉินเสียนป้อนเขาอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ยอมอ้าปาก ทีละคำๆแล้วกินอาหารนั้นลงไปทั้งหมดเลยเฉินเสียนสั่งให้ผู้คุมเอานํ้ามา เขาราวกับว่าดื่มเป็นเวลานาน ดื่มนํ้านั่นอย่างกระหาย สำลักชั่วขณะ แล้วไอเสียงทุ้มตํ่าออกมาเวลาต่อมาเขาได้ฟื้นฟูกำลังมาบ้าง พยายามคลานขึ้นมาจากพื้นด้วยตัวเองนั่งพิงอยู่บริเวณกำแพง หายใจหอบอยู่ชั่วประเดี๋ยวเดียวถึงมีแนวโน้มสงบลงได้เฉินเสียนมอบชามเปล่าให้ผู้คุม รวบกระโปรงลุกขึ้น เธอไม่เคยมองเขานานเลยแล้วหมุนตัวเดินจากไปทันใดนั้นฉินหรูเหลียงกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งว่า“ข้าคิดว่าชาตินี้ของข้า จะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว”เฉินเสียนกล่าวอย่างเย็นชาว่า“ท่านแม่ทัพพูดน่าขันแล้ว ข้าไม่มีค่าพอที่ท่านแม่ทัพจะเป็นห่วงเพราะคิดถึงหรอก ท่านแม่ทัพยิ่งเป็นห่วงเพราะคิดถึงคือหลิ่วเหมยอู่ แต่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ เป็นหรือตาย ข้าจะทำให้ชาตินี้ท่านได้พบนางอยู่แล้ว”เวลานี้ผู้คุมนำอาหารทั้งหมดกรอกลงไปในท้องของจ้าวเทียนฉีแล้ว และจ้าวเทียนฉียังด่าไม่หยุดเลยเฉินเสียนกับซูเจ๋อยืนอยู่ที่ทางเดินด้านนอกห้องขัง เธอได้ยินคำพูดน่ารังเกียจเหล่านั้น แสยะริมฝีปากแล้วพูดกับซูเจ๋อว่า“ดูฉินหรูเหลียงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตาเขาแล้ว”ซูเจ๋อกล่าวเสียงทุ้มตํ่าว่า“ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นท่านที่อยู่ด้านนอกรอแล้ว?”413
โชคดีที่เย่เหลียงไม่ได้หํ้าหั่นหัวจ้าวเทียนฉีลงมา ไม่เช่นนั้นจะสนุกอย่างตอนนี้ที่ไหนกันเล่าเฉินเสียนกล่าวว่า “เรื่