ิบยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม บดบังใบหน้าเขากว่าครึ่ง กล่าวว่า “อาเสียนประเมินข้าสูงไปแล้ว”เฉินเสียนหรี่ตา “ประเมินสูงไปงั้นหรือ เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่ายังประเมินท่านตํ่าไปเสียด้วยซํ้า หากท่านมิล่วงรู้ ไฉนทำเรื่องเลวร้ายต่อท้ายได้?”“ข้าพอจะรู้นิสัยของแม่ทัพจ้าวอยู่บ้าง จึงกลายเป็นว่าเสือสองตัวอยู่ถํ้าเดียวกันไม่ได้ เช่นนั้นโอกาสที่ฉินหรูเหลียงจะชนะนั้นมีไม่มาก”“แต่แม่ทัพโฮ้วกล่าวว่า เย่เหลียงเก่งกาจมาก ไม่เพียงมีนายทหารที่ห้าวหาญเชี่ยวชาญการศึกเท่านั้น กระทั่งทุกการเคลื่อนไหวของต้าฉู่ เย่เหลียงก็รับมือได้ทุกครา ท่านว่าหากไม่ได้รู้เรื่องวงในต้าฉ่◌ูมาก่อน เหตุใดจึงเตรียมการได้รัดกุมเยี่ยงนี้?”ซูเจ๋อพยักหน้าหงึกๆ “อืม ต้าฉ่◌ูต้องมีไส้ศึกเป็นแน่”เฉินเสียนกล่าว “ข้าจำได้ว่าช่วงที่ผ่านมา ท่านกับเหลียนชิงโจวส่งสารกันบ่อยมาก”305
ซูเจ๋อมองเธออย่างเบื่อหน่ายพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านเคยเห็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”เฉินเสียนกล่าว “ข้าเห็นเพียงหนเดียว ที่ไม่เห็นไม่รู้ว่ามีกี่หน”“หากแม้นเป็นเยี่ยงนี้ แต่ก็ส่งสารก่อนสงคราม ซึ่งเวลาไม่สอดคล้องกัน”เฉินเสียนเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ท่านค่อนข้างรู้กลเม็ดทำสงครามของฉินหรูเหลียง อีกทั้งยังรู้ยุทธศาสตร์การรบของทั้งสองแคว้น เช่นนั้นย่อมสามารถเตรียมการล่วงหน้าได้อยู่แล้ว”ซูเจ๋อเอนหลังไปยังเก้าอี้พนักพิงด้วยอากัปกิริยาเกียจคร้านและคาดเดาไม่ถูกแววตาที่มองเฉินเสียนทอประกายแสงแห่งคว