ำลังรู้สึกว่าเหตุผลที่ใช้เกลี้ยกล่อมซูเจ๋อนั้นแย่มากซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “อาเสียน วันนี้ท่านเข้าใจข้าแล้วใช่หรือไม่ ว่าตอนนั้นทำไมข้าถึงวิตกกังวลและกระวนกระวายใจขนาดนั้น”ใช่ เธอเข้าใจแล้วเธอก้มหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ตอนนี้ข้ารู้สึกเกลียดมากที่ไม่สามารถเตะท่านให้กระเด็นกลับไปที่เมืองหลวงได้ในทันที”ร่างที่สูงโปร่งของซูเจ๋อพิงเข้ากับกำแพง จู่ๆ ซูเจ๋อก็ดึงเฉินเสียนเข้ามาในอ้อมกอดเรี่ยวแรงทั้งหมดของเฉินเสียนเธอใช้มันไปกับการระบายอารมณ์โมโหหมดแล้ว ตอนนี้จึงไม่มีแม้แต่แรงจะผลักเขาออกการควบคุมและการยับยั้งชั่งใจของเธอ เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขานั้น มันไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลยในขณะที่เขากำลังพูด ความสั่นสะท้านของแผ่นอกของเขาพลอยทำให้จิตใจของเธอสั่นไหว : “ท่านเข้าใจก็ดีแล้ว ตอนนั้นข้าร้อนใจแค่ไหน ที่ไม่ยอมให้ท่านไปคนเดียว เพราะหากท่านไปแล้วก็จะกลับมาไม่ได้อีก”เขาประคองท้ายทอยของเธอซบลงบนแผ่นอกของเขาเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ตอนนี้ยังดี มีข้าอยู่ด้วย จะต้องให้ท่านกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน”ทั้งๆ ที่เฉินเสียนเต็มไปด้วยอารมณ์เดือดแท้ๆ แต่เธอกลับไม่ต่อต้านเลยความเย่อหยิ่งทะนงตนของเธอถูกซูเจ๋อกำจัดอย่างง่ายดาย206
“ข้าหวั่นใจเหลือเกิน” ใบหน้าของเธอซบลงบนคอเสื้อของเขา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก“ไม่ต้องกลัว ฟ้าย่อมมีทางออกให้เราเสมอ”“ซูเจ๋อ ถ้าเกิดว่าฝ่าบาทไม่ได้ให้ท่านมาเป็นทูตเจรจาสันติภาพ ท่า