นก็ยังจะคิดหาวิธีดันทุรังฝ่าอันตรายมาหาข้าให้ได้ใช่หรือไม่?”ซูเจ๋อตอบกลับไปว่า : “ข้าจะคิดหาวิธีมาเป็นทูตเจรจาสันติภาพให้ได้ ก็จะสามารถมาหาเจ้าได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องไปฝ่าฟันอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น”เขาพูดได้อย่างพลิ้วไหวเบาใจ แต่ความจริงแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเหมือนกำลังห้อยอยู่ปลายหน้าผา ที่สามารถจะตกลงไปได้ทุกเมื่อ หากพลาดพลั้งตกลงไป ร่างกายคงแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีเธอไม่อยากให้เขาได้รับอันตรายใดๆ ทั้งสิ้นถ้าหากเป็นไปได้ เธออยากให้เขาเป็นแค่บัณฑิตธรรมดา สีหน้าท่าทางที่ตั้งใจเรียนรู้หนังสือ สอนหนังสืออยู่ในโรงเรียนไท่ ทำเกี่ยวกับความรู้และการศึกษาท่ามกลางเสียงท่องอ่านตำรา สองแขนเสื้อที่โปร่งพลิ้ว อิสระและเสรีอย่างสิ้นเชิง ในโถงห้องเรียนที่ปลอดโปร่งสดใสสว่าง และนอกโถงห้องเรียนที่เต็มไปด้วยกลีบดอกอู่ถงร่วงหล่นเต็มพื้นแต่เธอเองรู้ดีแก่ใจ ว่าตั้งแต่เขาถือดาบขึ้นเขาเพื่อมาช่วยชีวิตเธอ เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นบัณฑิตคนเดิมแบบนั้นได้อีกแล้วเฉินเสียนค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ พูดขึ้นนํ้าเสียงเศร้าสร้อยว่า : “จากนี้ต่อไปท่านวางแผนไว้อย่างไรบ้าง ท่านจะใช้คูเมืองทั้งสามแคว้นไปเจรจาสันติภาพกับอาณาจักรเย่เหลียงได้อย่างไรกัน?”207
“จะทำได้หรือไม่วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที”“ไม่ได้”“แต่ว่า” ซูเจ๋อก้มหน้าลงมา กอดเธอไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น สัมผัสใบหูของเธออย่างแผ่วเบา พูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า : “ระวังหน้าต่