างมีหูประตูมีช่อง”เฉินเสียนหรี่ตาลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ก็ได้ งั้นรอให้ท่านคิดพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว ค่อยมาคุยกันใหม่”ในขณะที่เฉินเสียนกำลังเปิดประตูออก เฮ่อโยวที่แอบฟังอยู่นอกประตูยังไม่ทันได้ตั้งตัว จึงเกือบจะล้มเขาสบตากับเฉินเสียนด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ข้าเพิ่งมา ฮ่าๆๆๆ เพิ่งจะมา”เขาที่รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นกันแน่ดูทั้งคู่ที่ค่อนข้างสงบ สีหน้าท่าทีไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งทะเลาะกันเสร็จเมื่อเฉินเสียนกลับห้องแล้ว เฮ่อโยวก็รีบเข้าไปถามซูเจ๋อด้วยความสงสัยทันทีว่า : “ตอนที่ข้าไม่อยู่พวกท่านทำอะไรกัน?”ซูเจ๋อใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับไปว่า : “ทำเรื่องบางเรื่องที่ไม่ได้อันตรายและไร้พิษไร้ภัย”เฮ่อโยวจินตนาการคิดเองเออเอง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ท่านมีใจให้กับเฉินเสียนใช่หรือไม่? ข้าขอบอกไว้เลย เฉินเสียนเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ หากท่านกล้าไม่เคารพนาง ระวังตัวไว้ให้ดี ข้าอาจจะฟ้องท่านได้”208
ปกติแล้วซูเจ๋อคุยกับเขาไม่เคยเกินสามคำ เพราะเฮ่อโยวมักชอบจะขู่เรื่องจะฟ้องร้องเขา และชอบพูดเรื่องความผิดของเขาอยู่เสมอเฮ่อโยวก็แค่ขู่เขาไปตามประสา เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะทำให้เฉินเสียนเดือดร้อนซูเจ๋อเดินไปที่ข้างเตียง เอนตัวลงนอนทั้งชุดที่ใส่ ร่างที่สูงยาวของเขา ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ สรีระที่มองจากด้านข้างของเขานั้นลึกตื้นส