ห่งโม่เป่ยมีอะไรกันที่นี่ ฝ่าบาทจะทรงจัดการยังไง?”
คำพูดนี้จงใจข่มขู่อย่างชัดเจน
ฉู่ฉีเหยียนสีหน้าเย็นชา เพียงแค่มองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เท่านั้น
ซูหว่านพูดเองแล้วก็หัวเราะเองอีก ก็ไม่รู้ว่าแค่ดีใจหรือเจือปนความเศร้าด้วยกันแน่ หัวเราะจนสุดท้ายน้ำตาไหลออกมา
ในห้องชั้นสอง ฉู่สวินหยางกับชิงหลัวคอยดูลาดเลาข้างล่างอยู่หลังประตู แต่เพราะอยู่ไกลจึงทำให้ได้ยินไม่ค่อยชัดว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน ทว่าแค่เห็นสีหน้าซูหว่านเศร้าแบบนั้นก็รู้ว่าต้องพูดความในใจแน่
“ท่านหญิง ทำยังไงดี? จะ…” รอนานแล้วก็ยังไร้ผล ชิงหลัวจึงลองเอ่ยถามก่อน
“ไม่ต้องรีบ!” ฉู่สวินหยางยกมือห้ามนางไว้ แล้วสังเกตความเคลื่อนไหวของสองคนที่อยู่ข้างล่างผ่านรูที่เจาะทะลุกระดาษปิดหน้าต่างต่อไป
นางจะไม่รู้ได้ไงว่านี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก? ครั้งนี้นางกับซูหว่านกลับคิดเหมือนกันโดยบังเอิญ…
หากพระชายาองค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยกับซื่อจื่อจวนอ๋องหนานเหอถูกจับได้ว่าเป็นชู้กันคาเตียง นางไม่สนใจอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะโมโหเดือดดาลขนาดไหน สนก็แต่ทั่วป๋าไหวอัน…
โดนสวมเขาให้ขนาดนี้ เช่นนั้นก็สามารถล้มข้อตกลงระหว่างเขากับฉู่ฉีเหยียนได้แล้ว
นางนัดฉู่ฉีเหยียนมาก็เพราะคิดแบบนี้ ดูว่าจะฉวยโอกาสช่วงชุลมุนได้หรือไม่ แต่สำหรับฉู่ฉีเหยียน…
นางจะไม่บุ่มบ่ามลงมือ
เขานั้นความคิดลุ่มลึก นางไม่คิดว่าเขาจะประมาทถึงขั้นมาตามนัดศัตรูอย่างนางคนเดียวแบบนี้
ชิงหลัวรู้ความกั