งๆ จะไม่ถลกหนังข้ากินทั้งเป็นรึ?”
“ฮองเฮา!” แม่นมเหลียงร้อนใจ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก นางวุ่นวายใจจนทำอะไรไม่ถูก “ฮองเฮาอย่าตรัสเช่นนี้เลยเพคะ หากเรื่องใหญ่เช่นนี้หลุดออกไป จวนกั๋วกงคงต้องประสบภัยอันตรายถึงชีวิต ถึงแม้ว่าท่านกั๋วกงจะทำผิดอีก แต่เรื่องนี้…จะมาพัวพันกับจวนกั๋วกงไม่ได้นะเพคะ!”
ลอบสังหารผู้บัญชาการ มีโทษเทียบเท่ากบฏ นั่นคือฆ่าล้างทั้งตระกูล
หลัวฮองเฮาหมกมุ่นมากเกินไป คิดแต่ว่าฮูหยินใหญ่ตระกูลซูกำลังเจตนาตั้งตัวเป็นศัตรูกับนาง แต่ไม่ได้คิดว่าฮ่องเต้เป็นผู้มอบตำแหน่งให้ท่านกั๋วกงกับซื่อจื่อ แค่หลัวอี้คนเดียวต่อให้ตำแหน่งสูงกว่านี้แล้วจะทำอะไรได้?
ถ้าหลัวฮองเฮาเชื่ออะไรแล้ว ใครก็ไปเปลี่ยนใจไม่ได้อีกแล้ว นางโบกมืออย่างเฉยเมยตรัสว่า “เจ้าออกไปก่อน ข้ารู้อยู่แก่ใจดี”
แม่นมเหลียงรู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ จึงมองนางอย่างกังวลเพียงครั้งเดียวแล้วถือถ้วยยาที่เหลือเพียงครึ่งถ้วยออกไป
—————————————————-
ทางนี้ฉู่สวินหยางออกมาจากวังแล้ว นางกลับไปที่วังบูรพาเองก่อน โดยไม่ได้รอทั้งฉู่อี้อันและฉู่ฉีเฟิงออกมา
ฉู่อี้อันนั้นต้องจัดการเรื่องทหารที่เมืองฉู่ แล้วยังต้องจัดการปัญหาที่จะตามมาเรื่องทั่วป๋าไหวอัน ฉู่ฉีเฟิงจึงอยู่ช่วยงานต่อในวัง วันนี้จึงไม่มีเวลาว่างอย่างแน่นอน
ฉู่สวินหยางหลับไปไม่นานก็ตื่นขึ้นมา สีท้องฟ้าด้านนอกเย็นมากแล้ว แสงอาทิตย์ยามพลบค่ำส่องกระทบช่องหน้าต่าง แสงสีทองละมุนและอบอ