จากนั้นให้แยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในแคว้นใกล้เคียง”
ในขณะที่พูดก็กล่าวกับฉู่อี้อันและฉู่อี้หมิน “พวกเจ้าทั้งสองคน สองวันนี้ไปร่างข้อตกลงมาให้ข้าอย่างละเอียด เพื่อจะได้แจ้งให้แว่นแคว้นใกล้เคียงช่วยเหลือกันในเรื่องนี้ จะต้องทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจ อย่าให้เกิดปัญหา”
แคว้นซีเยว่นั้นรวบรวมเป็นปึกแผ่นมาได้นานนับสิบกว่าปีแล้ว เทียบกันแล้ว รากฐานยังไม่มั่นคง หากชาวบ้านเกิดรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา จะต้องเกิดปัญหาในภายภาคหน้าตามมาเป็นแน่
“ลูกน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!” ทั้งสองคนรีบตอบรับ
ผ่านไปชั่วครู่ ฉู่อี้อันจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง “การพ่ายสงครามครั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของฮั่วกังและหลัวอี้ เสด็จพ่อจะจัดการกับทั้งสองคนอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วขึ้นราวกับหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ครู่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นท่าทีไร้อารมณ์ กล่าวว่า “เจ้ามีความคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
“กฎบ้านเมืองมิอาจละเมิดได้ ตามความผิดของพวกเขาครั้งนี้ ต้องคุมตัวกลับเมืองหลวง ฟังคำตัดสินโทษจากเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่อี้อันกล่าว
ฮ่องเต้ใช้มือข้างหนึ่งนวดเหนือคิ้ว ไม่ปริปากพูดใดๆ
รุ่ยชินอ๋องชั่งน้ำหนักในใจครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือกล่าวกับฮ่องเต้ “เสด็จพี่ กฎบ้านเมืองหรือจะสู้มนุษยธรรม ทั้งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องคุณธรรมของคนคนเดียวที่ง่ายดายขนาดนั้น หลังจากศึกนี้ผ่านไป ศึกระหว่างเราและหนานฮวาก็ต้องตึงเครียดมากยิ่งขึ้น แม่ทัพฮั่วประจำการที่