ติจึงไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินมาตามทางทั้งที่ร่างกายก็ยังสั่นอยู่
ฮ่องเต้เหลือบมองหน้านาง กล่าวอย่างไม่ไยดี “ร่างกายของเจ้ายังไม่ค่อยแข็งแรงก็นอนพักด้านหลังก่อน เหตุใดจึงรีบออกมา? ข้ายังมีราชกิจที่จะต้องทำที่นี่”
ขณะที่พูดก็ออกคำสั่งให้คนพานางกลับเข้าไป
หลัวฮองเฮาเผยหน้าเศร้าโศกมองไปยังเขา น้ำตาไหลลงมาอย่างทันที “ขอฝ่าบาทโปรดเมตตา ออกราชโองการเรียกตัวผู้บัญชาการหลัวกลับเมืองหลวงให้เร็วที่สุดด้วยเถิดเพคะ!”
พูดไม่ทันจบ ก็ไม่สนใจฐานะของตนแม้แต่น้อย คุกเข่าลงไปต่อหน้าฮ่องเต้ท่ามกลางผู้คนมากมาย
ฮ่องเต้ตกตะลึงไป ในใจบังเกิดความรู้สึกเห็นท่าไม่ดีขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ฉู่อี้อันลอบเก็บลมหายใจกดไว้ภายในใจ กล่าวว่า “คืนนั้นที่ผู้บัญชาการหลัวถูกซุ่มโจมตี ถูกธนูอาบพิษได้รับบาดเจ็บ สถานการณ์ปางตาย เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็ยากจะรักษาไว้ได้ ลูกจึงตัดสินใจส่งหมอหลวงไปรักษา เพียงแต่เส้นทางยาวไกล เกรงว่าจะมีเหตุร้ายพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของหลัวฮองเฮาเศร้าสร้อยเป็นอย่างมาก
แต่หลัวอวี่ก่วนนั้นน้ำตารินไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าอยู่นานแล้ว
ในใจของฉู่สวินหยางสั่นสะท้าน ทันใดนั้นก็ตระหนักถึงเรื่องบางอย่างที่อยู่เหนือการคาดการณ์ของพวกเขา
ฉู่อี้อันที่ยังพูดค้างไว้ก่อนหน้านั้น บัดนี้เขาจึงอาศัยช่วงที่ตำหนักเต็มไปด้วยความเงียบสงบกล่าวออกมา “ศรพิษที่โดนผู้บัญชาการหลัวนั้น ผ่านการตรวจสอบแล้ว ได้รับการยืนยันเบื้องต้นว่าถูกยิงมาจากในก