เป็นอะไร แต่ตอนนี้ผ่านเรื่องยัดของกลางและนักฆ่าก่อนหน้านี้มาแล้ว…
คนผู้นี้ ได้กลายมาเป็นปมในใจของเขาไปแล้ว!
ไฟโกรธในใจของฮ่องเต้ลุกโชนขึ้นมาเรื่อยๆ สีหน้าเต็มไปด้วยบันดาลโทสะ พลางชี้พวกต้าหลี่ซื่อชิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าว่ามาสิ! แค่เมืองหลวงเมืองเดียว กองทหารของพวกเจ้ารวมๆ กันมีถึงแสนกว่าคน เหตุใดจึงปล่อยให้คนเล็ดลอดบินโฉบออกไปได้เช่นนี้? พวกเจ้านี่มันไร้ฝีมือ!”
ก็แค่ทั่วป๋าไหวอันคนเดียว แต่ฮ่องเต้กลับโกรธดั่งอัสนีพิโรธเช่นนี้ เห็นที เขาจะตัดสินให้คนพวกนั้นปลดยศจำคุกก็คงไม่น้อยเกินไป
คนพวกนั้นจึงคุกเข่าลงโดยพร้อมเพรียง
“ฝ่าบาท วานนี้สองตระกูลในเมืองหลวงจัดงานมงคลพร้อมกัน แล้วทางฟากคฤหาสน์ขององค์ชายห้าก็มีแขกมาเยือนมากอีก เขาจึงฉวยโอกาสที่ผู้คนดื่มด่ำสังสรรค์ไม่ทันสังเกตหนีออกไป แม้จะเดาได้ว่าเขาจะหนีออกไปท่ามกลางความวุ่นวาย แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำเรื่องเช่นนี้ในวันมงคลได้ลงคอ” ต้าหลี่ซื่อชิงเหยาก่วงไท่รีบอธิบาย “ฝ่าบาทเป็นผู้มีพระคุณ แต่ทั่วป๋าไหวอันนี่ช่างไม่เห็นคุณค่า!”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีขมวดคิ้ว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ใต้เท้าผู้นี้โปรดระมัดระวังคำพูดด้วย พี่ห้าของข้าฉวยโอกาสที่วุ่นวายหนีออกไปหรือ? พวกข้าสองพี่น้องมาเป็นแขกเมืองซีเยว่ของพวกเจ้า ถึงพี่ห้าจะออกจากจวนไม่อยู่เมืองหลวงแล้วจะทำไม? พวกข้าสองพี่สองเป็นนักโทษของซีเยว่ของเจ้างั้นหรือ?”
ฮ่องเต้คุมทั่วป๋า