ไหวอันเข้มเช่นนี้ ทว่าไม่อาจบอกได้อย่างชัดเจน ฮ่องเต้จึงทำได้เพิ่งกระแอมในลำคอ ไม่พูดไม่จาใดๆ
“ไร้เหตุผล หากมิได้วางแผนมิดีมิร้าย เช่นนั้นองค์หญิงลองพูดมาสิว่าทั่วป๋าไหวอันอยู่ที่ใด แล้วไปที่นั่นทำไม” เหยาก่วงไท่ย้อนกลับ เพื่อผลักภาระของตนเขาจึงยอมกัดฟันฮึดสู้ และเหลือบมองเหลียงอวี่ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนครที่คุกเข่านั่งหน้านิ่งอยู่ข้างๆ “เรื่องนี้ ใต้เท้าเหลียงไม่ควรอธิบายเสียหน่อยหรือ? หลังเรื่องนักฆ่าอาละวาด ประตูเมืองทั้งสามแห่งก็อยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลังรักษาพระนครของท่าน ไหนว่าหว่านแหไว้ทั่วฟ้าทั่วปฐพีรอนักฆ่ามาติดกับแล้วมิใช่หรือ? วางกับดักไว้ใหญ่โตเช่นนี้ ทว่าทั่วป๋าไหวอันกลับหนีรอดออกเมืองไปได้ เรื่องนี้…ไม่รู้สึกว่าแปลกไปหน่อยหรือ?”
สายตาของฮ่องเต้มืดมน เมื่อเขาพูดขึ้นมาเช่นนี้ จู่ๆ ก็หรี่ตาใช้ความคิด ก่อนจะมองไปยังฉู่ฉีฮุยที่นั่งอยู่ไม่สุขข้างๆ มาได้พักใหญ่
ฉู่ฉีฮุยเหมือนโดนสายตานั้นสะกด ขนที่ต้นคอก็พลางลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
และก็ได้ยินผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนครเหลียงอวี่เอ่ยอย่างหนักแน่น “กองกำลังรักษาพระนครของกระหม่อมล้วนแต่ฟังบัญชาจากองค์รัชทายาท มิกล้าเกียจคร้านแต่ประการใด โดยเฉพาะวานนี้ ทุกคนที่เข้าออกเมืองล้วนแต่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนกันทั้งนั้น กระหม่อมกล้าเอาหัวเป็นประกัน ในความดูแลของกระหม่อม ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยเล็ดลอดออกจากเมืองไปแม้แต่