้ามง่ายๆ เลย เขาเอาฝีมือมาจากไหนกัน?”
หากจะบอกว่าเป็นเหยียนหลิงจวินวางแผนให้ซูหลินสองพี่น้องเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องที่ทั่วป๋าไหวอันโดนลอบฆ่าก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจนัก ทว่าตอนนี้สิ่งที่แปลกที่สุดคงจะเป็นคำพูดของหยางเฉิงกัง เขาพูดราวกับว่ามีกำลังที่จะทำเรื่องครั้งนี้ออกมาเสียอย่างนั้น…
ทำลายข้อตกลงระหว่างฉู่ฉีเหยียนและทั่วป๋าไหวอัน ในยามเดียวกับที่บีบบังคับฮ่องเต้ให้ออกพระราชโองการอภิเษกยังดันให้ตระกูลซูเข้าสู่สนามรบ พูดปาวๆ ว่าเป็นงานสมรสที่เหมาะสมนัก ทว่าฮ่องเต้เดิมก็ไม่เชื่อตระกูลซูอีกต่อไปอยู่แล้ว ครั้งนี้จะไม่เป็นการโยนตระกูลซูลงในน้ำมันร้อนเลยหรือ?
ฉู่ฉีเหยียน ทั่วป๋าไหวอัน อีกทั้งซูหลินสองที่น้อง เมื่อมาคิดๆ คำนวณดูแล้ว พวกเขาทั้งหมดล้วนกลายมาเป็นตัวช่วยสนับสนุนผลประโยชน์ของด้านวังบูรพาโดยปริยาย
ไม่สิ หากพูดให้ถูกต้องแล้วควรจะ ‘ช่วยสนับสนุนแผนของนาง’ ฉู่สวินหยาง!
ถ้าเป็นเพราะบังเอิญก็ช่างมันไป แต่ถ้าไม่ใช่…
เรื่องนี้ช่างควรค่าแก่การสืบเสาะนัก!
“ท่านพี่ ท่านคิดว่า…” เนื่องด้วยไม่รู้ถึงเบื้องหลังเบื้องลึก ฉู่สวินหยางจึงไม่กล้าวางใจนัก ยกถ้วยชาในมือขึ้นมาครุ่นคิด “นี่จะเป็นกับดักหรือไม่?”
สองพี่น้องสบตากันแวบหนึ่งก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายในทันใด
“เมื่อครู่ที่ข้าอยู่ในวัง ข้าสังเกตพฤติกรรมของฮ่องเต้ทุกชั่วขณะ เรื่องนี้…” ฉู่ฉีเฟิงครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็ส่ายหัว “หากเป็นแผนการของพระองค์