ย “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”
และตามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก “ถ้าเป็นเช่นนี้ ของที่ฮ่องเฮาส่งไปแสดงความยินดีกับนางพวกนั้นจะไม่ให้สูญเปล่าหรอกหรือ?”
หลัวฮองเฮาคุมวังหลังทั้งวัง แน่นอนว่าต้องไม่ขาดสิ่งของพวกนั้นอยู่แล้ว แต่นางเองไม่ชอบฉู่สวินหยางมาแต่แรก แม้ฝันก็คิดไม่ถึงว่าตนจะใหญ่โตได้ไม่ง่ายเลย ยังจะทำเรื่องไร้ประโยชน์ กลายเป็นว่าปาก้อนหินลงน้ำหายไป
หลัวอวี่ก่วนไม่สบอารมณ์นัก นางไม่ได้เป็นอะไรเลยอีกเหรอ ?
ทันใดนั้นสายตาเย็นเยียบก็มองมา
หลัวอวี่ก่วนเหมือนโดนสายตาของนางสะกดจนใจฝ่อ ยามนี้จึงเพิ่งเห็นว่านิ้วมือของนางเต็มไปด้วยน้ำดอกไป่เหอเคลือบอยู่ ดังนั้นจึงรีบก้มหน้าก้มตาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดนิ้วมือให้นางอย่างทะนุถนอม
หลัวฮองเฮาสีหน้าไม่ดีนัก นั่งนิ่งไม่ขยับ
ภายในตำหนักใหญ่เงียบสนิท ผ่านไปพักใหญ่แม่นมเหลียงที่ไปสืบข่าวข้างนอกก็เข้ามา
“พวกเจ้าออกไปก่อน!” หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้ว หลัวฮองเฮาจึงเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“เพคะ!” หลัวอวี่ก่วนและไฉ่เยว่ต่างก็มึนๆ เมื่อคำความเคารพเสร็จก็ออกไปด้านนอก
“เดี๋ยว!” จู่ๆ หลัวฮองเฮาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยเสริม “คุมปากของตัวเองให้ดี เรื่องเช้านี้ในตำหนักนี้ของข้า จงกลืนลงท้องไปให้หมด ผู้ใดกล้าเอ่ยออกไปแม้แต่คำเดียวก็ระวังหัวของพวกเจ้าให้ดี เข้าใจหรือไม่?”
หลัวอวี่ก่วนสั่นระริก
ไฉ่เยว่เองก็สั่นเช่นกัน รีบเอ่ยตอบ “เพคะ หม่อมฉันรับทราบ !”
และทั้ง