สองก็รีบจ้ำออกไปโดยไม่หันกลับมา
แม่นมเหลียงเดินเข้ามา ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ย “ฮองเฮา…ใจฮ่องเต้ยากนักจะเดา เรื่องนี้มิได้เป็นดั่งเจตนา แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำสิ่งใดมิได้ ท่านหญิงสามก็ยังทรงพระเยาว์ พระพักตร์บาง ไม่รู้เรื่องอะไร ทรงอย่าไปถือสาอะไรนางเลย !”
“นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ข้าจะชั่งใจไม่เป็นเชียวหรือ” หลัวฮองเฮาเอ่ย
หลัวอวี่ก่วนมีปฏิภาณดี แต่ชอบทำตัวฉลาด ชอบออกความเห็นอยู่เรื่อย แม้นางเองจะขัดใจอยู่บ้าง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่ได้เป็นภัยอะไร เลยทำได้เพียงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
คำพูดของหลัวอวี่ก่วนเมื่อครู่ ก็แฝงความหมายอย่างชัดเจนว่าอยากให้นางเก็บรางวัลที่ให้ฉู่สวินหยางก่อนหน้านี้กลับมา
“เรื่องนี้พักไว้ทางหนึ่งก่อน แต่นิสัยของฮ่องเต้เจ้าไม่รู้หรอกหรือ คำพูดที่พระองค์พูดไม่เคยคืนคำ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่เช่นนี้ เจ้าเคยเห็นพระองค์กลับคำสักเท่าไรกันเชียว” แต่หลัวฮองเฮากลับไร้กะจิตกะจิตจะคิดอย่างอื่น ได้แต่เอ่ยเสียงเรียบ อารมณ์โกรธเคือง
ก็เพราะรู้นิสัยของฮ่องเต้ ฉะนั้นเมื่อเช้าตรู่ในยามที่หลี่รุ่ยเสียงมา นางก็ไม่เหลือทางถอยไว้แม้แต่น้อย หาทางผูกมัดใจฉู่สวินหยางอย่างเต็มที่ ใครจะไปคิดว่าเรื่องที่ไม่ควรมีอะไรผิดแผน ครั้งนี้…
จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไป!
หลัวฮองเฮาหยิบถ้วยชาข้างมือขึ้นมา ในใจรู้สึกเหมือนติดค้างอะไรอยู่เสียอย่างนั้น ยังไม่ทันถึงปากก็วางกลับไปบนโต๊ะอย่างแรง น้ำชากระเด็นอ