อกจากถ้วย ทำให้มุมหนึ่งของชุดนางเปียกชื้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลัวฮองเฮาเอ่ยด้วยอารมณ์โกรธ คุมอารมณ์ของตนไม่อยู่ วิ่งออกไปชี้ทางนอกตำหนัก “แม่นมเหลียง เจ้าออกไปสืบให้ข้า ข้าจะต้องรู้เรื่องทั้งหมดนี้อย่างละเอียด!”
“ฮองเฮาเพคะ!” แม่นมเหลียงรั้งมือนางเอาไว้ มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าทั้งสี่ทิศไร้ผู้คนจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เมื่อครู่ท่านหญิงอันเล่อให้คนมาส่งข่าว…”
แม่นมเหลียงนำเรื่องก่อนและหลังที่ซูหลินจะขอเข้าพบในห้องทรงอักษรให้ฟังจนหมด
เมื่อหลัวฮองเฮาได้ฟังสีหน้าก็ไม่ได้สีขึ้นมามากนัก ได้แต่เอ่ยถามอย่างสงสัย “ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็เป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ?”
“คงเป็นเช่นนั้น เนื่องด้วยเรื่องเกิดอย่างกะทันหัน ยามนั้นฝ่าบาทก็รับมือไม่ไหว” แม่นมเหลียงเอ่ย “องค์รัชทายาทเองก็โมโหเพราะเรื่องนี้ ว่ากันว่าเครื่องถ้วยชามภายในโดนตีจนแตกร้าวไปหมด พระองค์ก็คงรู้ว่าองค์รัชทายาทรักท่านหญิงสวินหยางดุจหัวแก้วหัวแหวน ครั้งนี้ก็ไม่ง่ายเลยกว่าจะพูดให้ยอมปริปากได้ แล้วยังโดนหักหน้าต่อหน้าผู้คน เกรงว่ายามนี้คงยังจะโกรธไม่หาย”
หลัวฮองเฮาครุ่นคิด แม้จะยังรู้สึกว่าเรื่องนี้จะไม่เข้าท่าเสียเท่าไร แต่ก็ไร้เบาะแสใดจะสืบหา สุดท้ายจึงทำได้เพียงเอ่ยประนีประนอม “ช่างเถอะ เรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้เถิด ดีที่เรื่องของสวินหยางยังปิดหารือกันอยู่ ในเมื่อไม่สำเร็จ ก็คิดเสียว่าไม่ได้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน”
“เพคะ หม่อมฉัน