องของทั่วป๋าไหวอันและซูหว่านอยู่ ฉู่อี้อันกับเขากำลังคิดวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียอยู่อย่างไม่ยอมลดละ พลางพูดขึ้นเสียงเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้แผนการของคนคนนั้นงั้นรึ? อย่าลืมสิ อำนาจทหารอยู่ในมือของพวกคนสกุลซูนะ หากพวกเขาแต่งงานผูกสัมพันธ์กับแคว้นโม่เป่ยแล้ว คนหนึ่งอยู่ฝั่งตะวันออก อีกคนหนึ่งอยู่ฝั่งเหนือ ถึงแม้ตรงกลางจะมีพื้นที่อาณาเขตกั้นขวาง ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะรวมกันเป็นปึกแผ่นได้ก็เถอะ แต่ถ้าหากสกุลซูกับพวกแคว้นโม่เป่ยเกิดแปรพักตร์เมื่อไหร่ เพียงแค่พวกเขาร่วมมือกันขึ้น ก็ปิดกั้นล้อมกรอบอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของข้าไว้ตรงกลาง นั่นก็หมายความว่าหน้าหลังล้วนมีแต่ศัตรู ผลลัพธ์ที่ตามมาน่าหนักใจเป็นอย่างยิ่ง!”
“ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ซูจิ่นรั่งเคยรับปากต่อหน้าท่านด้วยทุกสิ่งทุกอย่างของสกุลซูไว้ว่า คนบ้านสกุลซูจะจงรักภักดีต่อราชสำนักตราบชั่วชีวิตตลอดจนลูกหลาน มาวันนี้คนบ้านสกุลซูก็แค่ส่งตัวลูกสาวมาหนึ่งคน ซูหังเองก็ไม่ได้เป็นคนอาจหาญอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้ภายใต้การปกครองของท่านพ่อเองก็ประเทศสงบประชาชนร่มเย็นกันถ้วนหน้า เขาเองก็หาได้มีเหตุผลที่จะเคลื่อนพลไม่ อีกทั้งเหตุการณ์บังเอิญแบบนั้นก็น้อยนักที่จะเกิดขึ้น” ฉู่อี้อันกล่าวอธิบายเป็นอย่างๆ “ตอนนี้ทั่วป๋าไหวอันกำลังโมโห ซูหลินก็เข้ามาโวยวายถึงที่นี่อย่างไม่ลดละเพราะไม่รู้ความจริง เห็นได้ชัดเลยว่าเรื่องนี้จะปล่อยไว้ไม่ได้ หากทิ้งไว้นานกว่า