านไม่ขยับ “เรื่องนี้มันเป็นยังไงกันแน่? พูดมาให้ละเอียด!”
“กระหม่อมได้วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้วพะยะค่ะ พระสนมหรงเฟยเกิดตอนยามอู่[1] ส่วนท่านหญิงเกิดตอนยามจื่อ[2] เวลาเกิดของทั้งสองคนหาได้เป็นเรื่องบังเอิญแม้แต่น้อย แต่กลับขัดแย้งกันเป็นหยินหยาง ต่างฝ่ายต่างต่อสู้ต่อกันและกัน ทำให้แรงอาฆาตร้ายแรงเป็นอย่างมากพะยะค่ะ” หยางเฉิงกังกล่าว
“เจ้าจะบอกว่าชะตากรรมของพระสนมหรงเฟยอ่อนแอเกินไป ถึงได้ขัดแย้งกับดวงชะตาของแม่หญิงแห่งจวนสกุลซูงั้นรึ?” ฮ่องเต้ถามขึ้นเสียงเรียบ ยากจะหยั่งถึงว่ายินดีหรือโมโห
“ก็ไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดพะยะค่ะ” หยางเฉิงกังตอบ พลางเงยหน้ามอง ราวกับว่ากำลังลังเลอะไรอยู่
ฉู่อี้อันเอ่ยเสียง “อืม” ออกมาหนึ่งคำ จากนั้นวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้น “ท่านโหรหยางมีเรื่องจะกราบทูลฝ่าบาท งั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”
“ไม่เป็นไร!” ฮ่องเต้ยกมือขึ้นขัดอย่างผิดปกติ จากนั้นพูดกับหยางเฉิงกังต่อว่า “ที่นี่ไม่มีคนนอกคนอื่น มีเรื่องอะไร พูดมาเลยไม่ต้องกังวล!”
เรื่องแคว้นโม่เป่ยเขาก็รู้แล้ว เวลานี้ถึงเขาจะรู้มากขึ้นอีกก็หาได้กลัวไม่
ถึงแม้หยางเฉิงกังจะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็เก็บสีหน้านั้นไว้ไม่แสดงออกมา จากนั้นเงยหน้าขึ้นบอกเป็นนัยให้ฮ่องเต้ดูกระดาษในมือ “ฝ่าบาทลองดูดวงชะตาอย่างละเอียดของท่านหญิงซูหว่านสิพะยะค่ะ ดวงชะตาแบบนี้น้อยนักที่จะได้เห็น ดวงชะตาของผู้ที่เกิดในช่วงยามจื่อนั้นพลังหยินแรงอยู่แล้ว แถม