็นหญิงสาวที่ไร้มลทินถูกใส่ร้ายป้ายสี ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่ยุติธรรมกับหลัวซืออวี่อยู่ดี
ฉู่สวินหยางเห็นว่าฮั่วชิงเอ๋อร์ไม่มีทางออกและไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ฉู่สวินหยางทำได้เพียงปลอบใจกุมมือฮั่วชิงเอ๋อร์ไว้พลางพูดว่า “อย่าคิดมากไปเลย เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องความขัดแย้งภายในของตระกูลหลัว ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแม้แต่น้อย”
“ทว่าท่านหญิงใหญ่หลัวคงไม่ได้รับความเป็นธรรมต้องเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ตลอดไปหรอกรึ?” ฮั่วชิงเอ๋อร์พูด นางแสดงสีหน้าไม่พอใจแล้วเอ่ยว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นก็ปรากฏต่อหน้าสาธารณชน ตอนนี้ทุกคนต่างคิดว่านางจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ถูกตราหน้าว่าวางแผนทำร้ายลูกพี่ลูกน้องตนเอง ชื่อเสียงถูกประณามย่อยยับ”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางไม่ได้ตั้งใจจะก่อเรื่องเช่นนี้?” ฉู่สวินหยางหัวเราะ ดวงตาเป็นประกาย กลับไม่ไว้หน้านางพูดขัดจังหวะขึ้นมา
ฮั่วชิงเอ๋อร์นิ่งงัน ขมวดคิ้ว สีหน้างงงวยพูดว่า “ท่านหญิงพูดเช่นนี้ได้อย่างไร เห็นชัดว่า…”
“เจ้าคิดว่าท่านหญิงหลัวโง่เขลาเบาปัญญาจริงๆ รึ?” ฉู่สวินหยางถาม ดูเหมือนว่าฮั่วชิงเอ๋อร์ไม่ทันตั้งตัวจะโต้กลับ รีบส่ายหน้าไปมาแล้วพูดว่า “กระทั่งเจ้าเป็นคนนอกยังมองออกว่า เรื่องนี้หลัวอวี่ก่วนเป็นคนวางแผนทำร้ายตนเองเพื่อหลอกให้คนตายใจ นางเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจทำร้ายผู้อื่น?”
ฮั่วชิงเอ๋อร์ตกตะลึงนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง
ฉู่สวินหยางไม่ได้มองชิงเ