ิ้มใหญ่แล้วพูดว่า “คารวะท่านอ๋อง!”
รอยยิ้มครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ยิ้มแย้มร่าเริงแจ่มใส แต่ครั้งนี้กลับหน้าแดงเขินอายเล็กน้อย
“ท่านหญิงฮั่วไม่ต้องมากพิธีหรอก ลุกขึ้นเถอะ!” ฉู่ฉีเฟิงผงกหน้าเล็กน้อย แล้วยิ้มนุ่มนวลพลางพูดเตือนสติว่า “วันนี้สถานการณ์ในวังไม่สู้ดีนัก พวกเจ้าอย่าเดินไปไหนมาไหนตามลำพัง ต้องระวังตัวด้วย”
“อืม!” ทั้งสองพยักหน้า
สายตาของฉู่ฉีเฟิงก็เปลี่ยนไปมองใบหน้าของฉู่สวินหยางเอ่ยว่า “อีกครู่เจ้ารออยู่ที่ตำหนักเจาเต๋อก่อนเถอะ แล้วอีกสองเค่อข้าจะมารับเจ้าที่นี่ แล้วออกจากวังพร้อมกัน”
“ก็ได้!” ฉู่สวินหยางพยักหน้า
ฉู่ฉีเฟิงยังมีเรื่องจะต้องไปจัดการ จึงไม่มีกระจิตกระใจอยู่ที่นี่ต่อ เขาสะบัดชายเสื้อหันหลังเดินจากไป
ฮั่วชิงเอ๋อร์เหลียวมองเขาเดินจากไปด้วยใบหน้าเปล่งประกายสดใส แต่นัยน์ตากลับเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์
สายตาของฉู่สวินหยางกลับมองนางแต่ไม่ได้ทำอะไร ขณะที่ในใจกลับถอนหายใจแผ่วเบา
หญิงสาวตระกูลฮั่วและตำหนักบูรพามักเกิดเรื่องบ่อยครั้ง นางและฮั่วชิงเอ๋อร์ไปมาหาสู่กันบ่อย ระหว่างฮั่วชิงเอ๋อร์และฉู่ฉีเฟิงก็ค่อนข้างสนิทสนมกัน
ฮั่วชิงเอ๋อร์แอบรักฉู่ฉีเฟิง ดูเหมือนว่าชาติก่อนเป็นพรหมลิขิตระหว่างเขาสองคน เมื่อครั้งที่ฉู่ฉีเฟิงเกิดเรื่อง คนในตระกูลฮั่วก็รีบไปทาบทามสู่ขอทันที ต้องการให้ลูกสาวได้แต่งงานเป็นคู่ครองกับเขา
ตอนนั้นฮ่องเต้ยังคงรู้สึกเศร้าสร้อยเพราะพระองค์ไม่ได้ดูแลเขามาอ