ล้วนแต่มีกฎที่ไร้อารยะอยู่ข้อหนึ่ง แม้ว่าหลายครั้งที่อีกฝ่ายจะรู้แจ้งแก่ใจ แต่ถ้าดาบยังไม่จ่อถึงคอหอย ให้ตายอย่างไรก็ไม่มีทางยอมรับ
ทว่าฉู่สวินหยางกลับยอมรับมันอย่างใจกว้างเปิดเผย!
นี่ไม่ใช่ลักษณะของนักปกครอง นิสัยเช่นนี้ของนาง เหมือนเด็กที่ถูกตามใจจนเหลิง ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!
“ก็ใช่ ข้ายอมรับ แต่มันเป็นการมอบของขวัญคืนกลับไปก็เท่านั้น” ฉู่สวินหยางเอ่ยต่อ “แล้วก็ยังมีอีกเรื่องที่ข้าต้องพูดกับเจ้าให้ชัดเจน สิ่งที่ข้าทำข้าย่อมรับผิด แต่เรื่องของฉู่หลิงซิ่วข้าไม่ได้เป็นคนทำ เรื่องของซูหลินก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า เจ้าไปตามสืบเอาก็ได้ แต่อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนมีเหตุผล ต่อให้เรื่องลุกลามไปถึงเบื้องหน้าพระพักตร์ข้าก็มีคำอธิบาย! ข้าไม่สนว่าเป็นจวนอ๋องหนานเหอหรือจวนอ๋องฉางซุ่น หลักการเดียวของข้าก็คือ…วังบูรพาจะต้องไม่ถูกเหยียบย่ำรังแกอย่างไร้สาเหตุ ไม่อย่างนั้น มันก็ต้องชดใช้ไม่น้อยไปกว่ากัน!”
นางลงมือกับฉู่หลิงอวิ้นจริง แต่ตาต่อตาก็ต้องเจอฟันต่อฟัน
ฉู่หลิงอวิ้นหาเรื่องใส่ตัวเอง ต่อให้เรื่องนี้ลุกลามจนไปถึงหูฮ่องเต้ ด้วยเพราะฉู่หลิงอวิ้นมีใจคิดเลวแต่เริ่ม สุดท้ายกรรมคืนสนองตัวเอง จะไปโทษใครได้เล่า!
สีหน้าของดรุณีน้อยเป็นอย่างที่เคย สงบนิ่งเหมือนสายน้ำ
ฉู่ฉีเหยียนมองดูความเปิดเผยที่แฝงความดุดันกลางหว่างคิ้วของนาง พลันรู้สึกว่าในฤดูที่หิมะร่วงโปรยเช่นนี้ มีเพียงสิ่งเดีย