สถียรให้ได้ก่อน กลับบ้านแล้วค่อยว่ากัน”“แต่ว่า…” เยี่ยนอวี๋ค่อนข้างเป็นห่วงแต่ต้าซือมิ่งโอบภรรยาไว้แล้ว “ตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ ถือโอกาสตอนที่ข้ายังมีสติ เรามาผนึกที่นี่ก่อนดีกว่า อย่าปล่อยให้ไอมรณะแดนมืดนิรันดร์เล็ดลอดออกไป”
เยี่ยนอวี๋รู้ว่านี่เป็นเรื่องที่ต้องทำและยังรู้ดีว่าหากปล่อยให้สิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาข้างในนั้นออกมา สำหรับสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้วย่อมต้องกลายเป็นความโกลาหลที่ไม่น้อยไปกว่ามหาสงครามเทพและมารดังนั้นท้ายที่สุดแล้วนางได้แต่พยักหน้ากล่าว “ได้ เช่นนั้นเจ้าดูแลเสี่ยวเป่าให้ดี ข้าและเทียนตี้พวกเขาจะร่วมมือกันผนึกพื้นที่แห่งนี้ไว้”“ช่วย” เยี่ยนเสี่ยวเป่าบอกว่าเป่าช่วยได้เยี่ยนอวี๋มองเด็กน้อยน่ารักน่าชัง นางยื่นมือไปหยิกแก้มที่กลมขึ้นไม่น้อย “เจ้าน่ะ ช่วยแม่ดูแลพ่อเจ้าที่นี่ให้ดีก็พอ”“ขอรับ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าคิดว่านี่คือภารกิจใหม่จึงพูดอย่างจริงจังว่า “แม่… วางใจ…”เยี่ยนอวี๋อดจูบเด็กน้อยไม่ได้ “เช่นนั้นก็ฝากเสี่ยวเป่าด้วยนะ”“ฮี่…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ้มตาหยีบอกว่า “ขอรับ”เยี่ยนอวี๋จึงผละออกจากเด็กน้อย จากนั้นก็เงยหน้าจูบสามีรูปงามของนางก่อนจะไปช่วยเทียนตี้และหยวนสื่อเทียนจุนเมื่ออินหลิวเฟิงเห็นภาพนี้ก็อดคิดถึงก่อนหน้านี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่เมืองโยวตู ต้าซือมิ่งต้องพยายามเพียงใด กว่าจะได้รอยจูบของกูไหน่ไน แต่ทุกวันนี้…
“รอจนกว่าท้องฟ้าเปิดย่อมเห็นดวงจันทร์” อินหลิวเฟิงส