องถ ้าปีศาจ” ไท่เฮ่าได้แต่ประกาศให้ถอยอีกครั้ง แม้แต่ทักทายเยี่ยนอวี๋พวกเขาก็ไม่ต้องการ(ไม่กล้า)เจ้าแม่หนี่ว์วาม้วนจวนซวีและเซวียนหยวนหายเข้าไปในส่วนลึกทันที สีหน้าย ่าแย่มาก “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในหมู่พวกเขามีปรมาจารย์พุทธศาสนาด้วยหรือ”“เป็นไปไม่ได้ พุทธศาสนาถูกเทียนตี้ลงโทษหมดแล้ว ปรมาจารย์ล้วนเกิดใหม่กันหมดแล้ว จะมีปรมาจารย์ที่ไหนกัน” ไท่เฮ่าเองก็ไม่เข้าใจหารู้ไม่ว่า… ในกลุ่มคนของเยี่ยนอวี๋มีเณรน้อยรูปหนึ่งจริงๆโอ้ ไม่ เณรน้อย หัวยังไม่โล้นแล้วด้วย เจ้าตัวน้อยตอนนี้มีผมแล้ว ผมอ่อน“ฮ่า…”‘เณรน้อย’ ที่ดูมีความสุข เขาก็กำลังยิ้มร่า “ไม่หนาวแล้ว”“ท่านเสี่ยวเป่า…” อินหลิวเฟิงรู้สึกทึ่งมาก “ท่านเก่งมากเลย”“อะ ไรนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าในฐานะ ‘ผู้ริเริ่ม’ ยังไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรลงไป
กู้จื่อเฟิงจึงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “ปฐมราชินีเยี่ยน นายน้อยนี้มีกลไกร่างกายแบบใดกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาคือพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดก็เลยหัวโล้นอยู่นานเช่นนี้”“ไม่ โล้น” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จู่ๆ ไม่พอใจก็เตือนกู้จื่อเฟิงด้วยวาทะที่เต็มไปด้วยสัจธรรมว่า “เป่า ไม่โล้น เป่า งาม มี ผม” ขณะที่พูด…เจ้าตัวน้อยยังลูบศีรษะของตนเองสองสามทีด้วยท่าทีจริงจัง เหมือนกำลังบอกว่า ‘หากเจ้าบอกว่าข้าหัวโล้นอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ’ ดูดุมากกู้จื่อเฟิงรีบประสานมือกล่าวว่า “ขออภัย ข้าน้อยพูดผิดไปเองนายน้อยโปรดอภัย”“จำ ไว้ด้วย” เด็