โต้แย้ง “ขอบพระทัยปฐมราชินีที่เมตตา”‘ไม่…’ซีเหอร้องตะโกนในใจ นางสั่นศีรษะอย่างเอาเป็นเอาตาย ดิ้นรนไม่หยุด นางอยากจะไปอยู่ข้างกายบุตรชาย นางอยากจะปกป้องบุตรชายของตนเองไว้ นางจะปล่อยให้บุตรหรือโอรสเพียงหนึ่งเดียวของนางถูกเนรเทศออกจากตำหนักสวรรค์ ถูกขับไล่ออกจากศูนย์กลางอำนาจเช่นนี้ไม่ได้ นางไม่ยอมเด็ดขาดทว่าเยี่ยนอวี๋ไม่ได้มองนาง แต่แล้ว…“อมิตาภพุทธ”เจ้าเมืองแห่งเมืองสุขาวดีทอดถอนใจ “ปฐมราชินี ไม่ว่าท่านจะลงโทษเมืองสุริยันจันทราเช่นไร พวกข้ายินยอมน้อมรับแต่โดยดี ทว่าองค์…ฝ่าบาทคือโอรสขององค์เทียนตี้ สืบทอดร่างพลังไท่สื่อของพระองค์ มิสมควรถูกทอดทิ้งเช่นนี้”“ยังคิดจะสั่งสอนข้าอีกรึ” เยี่ยนอวี๋ถามกลับอย่างเยือกเย็นเหงื่อของเจ้าเมืองสุขาวดีไหลลงพื้นไม่หยุด “มิบังอาจเพียงแต่…”เพล้ง!
ซีเหอที่จู่ๆ ก็ทำกำไลหยกบนข้อมือของตนแตก เนื่องจากกลิ่นอายเทียนตี้แผ่ซ่านออกมาจากกำไลหยก ช่วยทำลายการสะกดจุดของเยี่ยนอวี๋ นางจึงพูดได้แล้ว “เจ้าทำเช่นนี้มิได้! หยวนชูเจ้าจะทำเช่นไรกับข้าก็ได้ แต่เจ้าห้ามทำเช่นนี้กับลูกชายข้า”เยี่ยนอวี๋เลิกคิ้ว… สิ่งที่นางมองกลับไม่ใช่ซีเหอ แต่คือกำไลหยกที่ซีเหอทำแตกครานี้เอง…ซีเหอยังไม่รู้ตัว แต่เยี่ยนอวี๋สัมผัสได้ว่าเทียนตี้ที่อยู่ในจักรวาลดั้งเดิมมีความเคลื่อนไหวแล้วตั้งแต่ที่ขึ้นมาตำหนักสวรรค์ เยี่ยนอวี๋ก็รับรู้แล้วว่าเทียนตี้กำลังเลื่อนขั้น ดังนั้นการอัญเชิญเหล่าขุนเขาและท