างที่เปลี่ยนเป็นอุ้งตีนไก่อันแห้งสากปรากฏต่อหน้าทุกคนต๊าก!เสียงกรีดร้องของกู้หยวนซูก็กลายเป็นเสียงไก่ตัวเมียร้องแหลมทว่าแหบแห้ง เป็นเสียงที่ไม่น่าฟังเลย ทำเอาหลายๆ คนรู้สึกระคายหูช่างน่าขยะแขยงจริงๆ
สภาพกู้หยวนซูเช่นนี้ทำเอากู้ปิ่งคุนตกใจจนร่วงลงมาจากเก้าอี้เขาคิดไม่ถึงเลยว่านี่คือบุตรสาวที่เขาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่กู้หยวนหมิงมองพี่ใหญ่ที่อยู่บนเวทีราวกับกำลังครุ่นคิด เขาเริ่มรู้แล้วว่าที่พี่สาวเปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายปีมานี้เกิดจากอะไรและในบัดนี้เอง กู้หยวนซูที่เพิ่งตั้งสติจากความตระหนกและความพังพินาศได้ นางก็จ้องเยี่ยนอวี๋เขม็งอย่างอาฆาต “เยี่ยน! จื่อ!อวี๋!”“เจ้าอย่ามองข้า ข้าจะอ้วก” ถึงแม้เยี่ยนอวี๋ยังคงมองต้าซือมิ่งหรงที่อยู่ข้างล่าง แต่ด้วยพลังสัมผัสอันเฉียบแหลมของนางทำให้นางสัมผัสได้ว่าปีศาจระกาเก้าเศียรตัวนี้กำลังมองตนเองอยู่ ความรู้สึกนั้นช่างน่าขนลุกจริงๆทว่าท่าทีเช่นนี้ของเยี่ยนอวี๋ก็ทำให้กู้หยวนซูบ้าคลั่งอย่างไม่ต้องสงสัย นางไม่กล้ามองต้าซือมิ่งที่อยู่ข้างล่างด้วยซ ้า เพราะนางรู้ว่าตนเองในตอนนี้อัปลักษณ์เพียงใด!“นังคนชั่ว! ข้าจะสังหารเจ้า!” กู้หยวนซูปลุกเร้าพลังมารอย่างคุ้มคลั่ง ฌานตบะของนางพุ่งสูงราวกับทะลุระดับตำนานไปแล้ว ในเมื่อเรื่องถึงตรงนี้แล้วก็ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว“ดวงจิตมาร!”หึ่งงง…
พลังมารของกู้หยวนซูระเบิดตามด้วยลมแรงกรรโชกไปทั่วทั้งเมือง หมู่เมฆมารก่อตัวทั่วทั้งลาน