สนาม พลังกลืนกินนับไม่ถ้วนโถมเข้าใส่เยี่ยนอวี๋อย่างหมายจะเอาชีวิตนางน่าเสียดาย…“อู๋ถง จงออกมา”เยี่ยนอวี๋ยกมือขึ้น ต้นไม้โบราณอู๋ถงก็งอกขึ้นกลางอากาศ ใบไม้อู๋ถงสีแดงเพลิงแผ่กิ่งก้านสาขาออกในทันที มันทะลุทะลวงเข้าไปในลมมารไม่เพียงเท่านี้ รากของต้นอู๋ถงที่งอกยาวยังแผ่สาขาเข้าไปในมวลเมฆมารทั่วทั้งลานสนาม ในขณะเดียวกัน หงส์เพลิงที่เป็นตัวแทนแห่งความเป็นอมตะก็แผดเผาเมฆมารไปตามรากต้นอู๋ถงทั่วลานสนาม“ฝันไปเถอะ!”กู้หยวนซูกรีดร้องไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้ นางเพียงแค่อยากให้เยี่ยนจื่ออวี๋นังคนชั่วคนนี้ตายไป นางจึงปลุกเร้าจิตวิญญาณมารออกมาอีกครั้ง ลมแรงโหมกระหน ่าส่งกลิ่นเหม็นคาวอันน่าสะพรึง ทำให้เพลิงอมตะของหงส์เพลิงดับลงเยี่ยนอวี๋หรี่ตาลง “จิ่วเฟิ่ง!”
เยี่ยนอวี๋เรียกจิ่วเฟิ่งออกมาอีกครั้งด้วยพลังนิมิต ทำให้จิ่วเฟิ่งที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์และลำตัวเป็นหงส์เสมือนจริงปรากฏขึ้นบนโลก ทุกคนในเหตุการณ์จึงได้เห็น ‘จิ่วเฟิ่ง’ หนึ่งในแปดผู้รับใช้แห่งหยวนชูหรืออสูรเทพแห่งขุนเขาและท้องทะเลในตำนาน!วี้ด!เสียงหงส์หวีดร้องดังกึกก้อง เทพจิ่วเฟิ่งที่ปรากฏกายด้วยใบหน้าบุรุษงดงามก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งลานสนามและกลายเป็นขนหงส์เพลิงมากมาย จุดเพลิงอมตะขึ้นอีกครั้งก่อนจะกำจัดกลิ่นคาวทิ้งอย่างรวดเร็ววี้ด!จิ่วเฟิ่งที่บินวนอยู่เหนือต้นอู๋ถงมีขนสีสันงดงาม รอบคอมันยังมีอสูรวิหคแปดตัว ราวกับสวมสร้อยคอลูกปัดไว้ แต่แท้ที่จริงแล้วนั