บนางแล้ว ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ทำให้นางต้องสังเกตสีหน้าอยู่แล้ว เยี่ยนอวี๋ที่ไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ ก็เดินออกมาตรงหน้าต้าซือมิ่ง ก่อนจะโค้งกายคารวะหยวนคังฮ่องเต้ “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” นี่ถือเป็นการปฏิบัติที่นางไว้หน้าเขามากแล้วสำหรับกฎเกณฑ์การปฏิบัติตัวของผู้แข็งแกร่งในต้าซย่า ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานไม่จำเป็นต้องถวายบังคมองค์จักรพรรดิ ทว่ากฎเกณฑ์นี้ก็ถูกยกเลิกไปเมื่อหยวนคังฮ่องเต้กลายเป็นตำนานเอง
จู่ๆ กู้หยวนซูที่มิได้ส่งเสียงและไร้ตัวตนมาตลอดก็พูดขึ้นทันทีว่า“สามหาว! เข้าเฝ้าฝ่าบาทครั้งแรก สมควรโขกศีรษะสามครั้ง คำนับเก้าครั้ง”“…” ทุกคนที่ยังคุกเข่าในโถงก็เพิ่งพบว่า อดีตฮองเฮาเสด็จมาพร้อมกับฝ่าบาท? หมายความว่าฮองเฮาที่ถูกปลดท่านนี้เป็นที่โปรดปรานอีกแล้วหรืออินสวินอี้ที่มิได้คุกเข่ากลับพบว่า กลิ่นอายของอดีตฮองเฮาท่านนี้ต่างจากเมื่อก่อนมาก มันเต็มไปด้วยความเย้ายวนเสน่หา ราวกับว่าฝึกวิชามารมาอย่างไรอย่างนั้นทว่าหยวนคังฮ่องเต้ก็เอ่ยขึ้นว่า “ซูเอ๋อร์อย่าเข้มงวดกับปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนนักเลย เรารักหยกถนอมบุปผา[1] คนงามเช่นปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน เราจะยอมให้นางโขกศีรษะสามครั้งและคำนับเก้าครั้งได้อย่างไร”เมื่อสิ้นเสียงพูด…ผู้คนในห้องโถงเหงื่อไหลพราก! ทันใดนั้นก็รู้สึกวันนี้คืองานเลี้ยงหงเหมินชัดๆ! ถึงแม้ทุกคนเดาไว้แต่แรกแล้วว่างานเลี้ยงในครานี้ย่อมไม่สงบสุข ทว่าแต่เดิมพวกเขาคิดว่าจะอยู่เฉยๆ ได้ แต่แ