ล้วงานเลี้ยงยังไม่ทันเริ่ม พวกเขาก็ตื่นตระหนกเสียแล้วเหตุใดจึงรู้สึกว่าฝ่าบาทกำลังจะแย่งสตรีกับต้าซือมิ่งนะ! นี่มัน…
พวกเขาขอลาป่วยได้หรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหมือนจะเป็นลมเป็นแล้ง ทำอย่างไรดีล่ะนี่แต่แล้วอินสวินอี้ก็ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ “ฝ่าบาท ผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดกระหม่อมก็ได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้ว ทรงสบายดีหรือไม่เสวยอิ่มบรรทมหลับดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หยวนคังฮ่องเต้หน้าตึง เขารู้สึกรำคาญอินสวินอี้จอมก่อกวนคนเช่นนี้ที่สุดจึงโบกมือเอ่ยว่า “เราสบายดี! ทุกท่านลุกขึ้นเถิด”“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”บัดนี้เหล่าขุนนางราชสำนักและผู้สูงส่งในเมืองหลวงรู้สึกซาบซึ้งต่อโยวตูอ๋องจากใจจริง ขอบคุณเขาที่ช่วยยั้งความแค้นเคืองขององค์จักรพรรดิลงได้ด้วยตัวเขาเองเพียงผู้เดียว คนดีศรีสังคมจริงๆ!ทว่าอินสวินอี้ยังดึงดันกล่าวด้วยความตื้นตันราวกับว่าไม่รู้ว่าหยวนคังฮ่องเต้เกลียดเขา “ดีแล้ว! ดีแล้ว เฮ้อ! หากไม่ใช่เพราะอีจี้จิ่วจำเป็นต้องให้กระหม่อมไปเป็นอาจารย์บรรยาย กระหม่อมคงมารายงานตัวที่ราชสำนักทุกวันแล้ว เพื่อระลึกถึงความสัมพันธ์พี่น้องครั้นเมื่อบรรพชนพวกเราอยู่!”ท่าทางเล่นละครเก่งเช่นนี้… คงมีเพียงหยวนคังฮ่องเต้ร่วมเล่นด้วยได้แล้ว “ขอบใจโยวตูอ๋องที่ใส่ใจ เจ้ารู้ประสงค์เดิมของเราที่เรียกเจ้าเข้ามาเมืองหลวงก็ดีแล้ว อย่าโกรธเคืองเราอย่างที่เขาลือกันเลย”
“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ! ตระกูลอินของกระหม่อมและตระกูลราชสำ