เป็นเช่นนั้นนี่เจ้าคะ หวังว่าต่อไปนี้คุณชายอวี๋จะไม่เข้าใจผิดอีก”
ริมฝีปากที่ซีดขาวของอวี้จิ่นสั่นระริก หนังตาหย่อนลงพร้อมกับหัวเราะตัวเอง “ข้ารู้ว่าเวลาเจ้าเห็นข้า เจ้ารู้สึกรำคาญใจ บางทีหากข้าหายไปตลอดกาลเจ้าถึงจะรู้สึกได้รับความสงบสินะ…”
เขาพูดไปพร้อมกับสบตากับฝั่ายตรงข้าม แล้วเขาก็ส่งเสียงถอนหายใจออกมา “แต่ว่าอาซื่อ ข้าเป็นห่วงเจ้านะ วันนั้น เหตุใดเจ้าถึงได้ร้องไห้”หัวใจของเจียงซื่อเหมือนมีค้อนมาทุบเบาๆ มันรู้สึกเจ็บตุบๆ
เมื่อชาติก่อน นางเคยแต่งงานกับชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งคือจี้ฉงอี้ อีกคนหนึ่งคืออวี้ชี
อวี้ชีไม่เหมือนกับจี้ฉงอี้ที่เย็นชาจนทำให้นางรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ เขาปฏิบัติกับนางอย่างร้อนแรงดั่งไฟเสมอ หลายครั้งนางอดไม่ได้ที่จะโน้มน้าวตัวเองว่าในใจของอวี้ชีไม่เคยมีสตรีศักดิ์สิทธิ์อาซังผู้นั้น มีแต่เจียงซื่อคนนี้ แต่นางได้ยินคำพูดนั่นจากปากของอวี้ชีเอง มันเลยทำให้นางไม่สามารถหลอกตัวเองอีกต่อไป
ดวงตาของอวี้จิ่นงดงามมาก แยกถูกผิดชัดเจนโปร่งใสดุจน้ำใสในธารน้ำจากภูเขา
เมื่อได้สบตากับสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจคู่นี้ เจียงซื่อพลางเกิดความรู้สึกน่าขันขึ้นมาอย่างงงงวย มีคนเช่นนี้ได้อย่างไรกันนะ ในใจคิดถึงหญิงสาวอีกคน แต่ก็ทำดีกับหญิงสาวอีกคน ดีจนคนที่เป็นตัวแทนเกือบจะรู้สึกว่าตัวเองคือตัวจริง ถึงแม้จะรู้ว่าท้ายที่สุดอาจถูกฝังตายจนได้เกิดใหม่ แต่ก็ยังมิวายตัดขาดควา