บในจวน
เจียงซื่อหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
นี่คือเห็นแก่คู่สามีภรรยาหย่งชังปัวที่ตายไปและเซี่ยชิงเหยายังเด็ก ก็เลยอยากจะมาดูแลจวนหย่งชังปัวแทนงั้นหรือ
เรื่องแบบนี้มันไม่แปลกหรอก เสาหลักของตระกูลใหญ่ล้มลง ผู้ที่อยากจะหาผลประโยชน์ก็มักจะเป็นคนในตระกูลพวกนี้เสมอ
เมื่อเซี่ยชิงเหยาได้ยินสตรีนางนี้พูดเช่นนี้ก็โมโหขึ้นมาทันที “ข้าจะรู้ไม่รู้เรื่อง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนข้า เจ้าเป็นอะไรกับข้ากัน”
พูดถึงตรงนี้เซี่ยชิงเหยาก็นึกถึงท่านพ่อกับท่านแม่ที่เสียไป น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ท่านพ่อไม่มีญาติพี่น้อง หากท่านพ่อกับท่านแม่ยังอยู่ พวกลูกพี่ลูกน้องของเขาไม่มีทางมาพูดสั่งสอนนางเช่นนี้หรอก
“ไอ้หยา ชิงเหยาเจ้าพูดแบบนี้ อาเสียใจนะ อาหวังดีกับเจ้าทั้งนั้นนะ” สตรีนางนี้ตบฉาดลงที่หน้าขา“ใช่ๆ พี่ชิงเหยา นี่เพราะแม่ข้ารักและสงสารท่านนะ” เด็กสาวในชุดสีขาวพูดเสริม
สตรีนางนี้ถอนหายใจ “พี่ชิงเหยาของเจ้าคงยังเสียใจอยู่ จึงพูดจาเลอะเลือนเช่นนี้ออกมา ข้าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเด็กหรอก”
เซี่ยชิงเหยาเสียใจกับการตายของท่านพ่อกับท่านแม่ ความรู้สึกนึกคิดเดิมก็ช้าอยู่แล้ว ยิ่งถูกสตรีนางนี้มาพูดเช่นนี้อีก นางโกรธจนร้องไห้และลืมเรื่องโต้กลับ
เจียงซื่อจับมือเซี่ยชิงเหยาไว้ แล้วแค่นเสียงหัวเราะออกมา “ท่านอาสะใภ้มาอยู่ดูแลเซี่ยชิงเหยางั้นหรือ”“ก็ใช่น่ะสิ” นางตอบไปโดยไม่คิด
“เมื่อครู่ข้าเข้ามาเซี่ยชิงเหยายังดีๆ อยู่เล