ออกมาอยู่
หมอรู้ดีว่าแม้มันจะพูดยาก แต่ก็ต้องพูด เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นายท่านปัว…เสียแล้ว…”
ตอนนี้หย่งชังปัวยังคงพิงเซี่ยอินโหลวอยู่ พอเซี่ยอินโหลวได้ยินก็กำหมัดแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยวามโกรธ
เซี่ยชิงเหยากรีดร้อง แล้วล้มพับลง
เจียงซื่อยื่นมือเข้าไปประคองเซี่ยชิงเหยาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็รู้สึกงุนงง
คาดไม่ถึงเลยว่าหย่งชังปัวจะตายแล้ว!
แม้ชาติที่แล้วหย่งชังปัวจะปั่วยเป็นโรคนอนละเมอ แต่ว่าร่างกายของเขาแข็งแรงมาโดยตลอด นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะตายแล้ว…
เจียงซื่อไม่กล้าคิดอย่างละเอียด นางตัวสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
เจินซื่อเฉิงอดมองไปที่เจียงซื่อไม่ได้ รู้สึกสงสัยเล็กน้อยถึงแม้การตายของหย่งชังปัวจะเกิดขึ้นอย่ากะทันหัน ทว่าสำหรับเขาผู้ที่เห็นเรื่องความเป็นความตายมาจนชินแล้วจึงยังสามารความคุมสติให้นิ่งได้ แต่แม่นางเจียงที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีนิ่งเฉยแถมยังแสดงวีรกรรมออกมาอย่างโดดเด่น แล้วตอนนี้ทำไมถึงดูเสียอาการล่ะ
ดูจากอาการแล้ว แม่นางเจียงดูเหมือนจะได้รับผลกระทบกระเทือนไปไม่น้อยกว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยเลย ช่างน่าแปลกใจนัก
“ใต้เท้าเจิน ท่านพ่อข้าตายเพราะยาพิษใช่หรือไม่” เซี่ยอินโหลวถามขึ้น แล้วมองโต้วเหนียงด้วยสายตาที่เยือกเย็นและแหลมคมดั่งมีด
“เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อนถึงจะได้ข้อสรุป” เจินซื่อเฉิงสั่งให้ลูกน้องย้ายร่างของหย่งชังปัว โดยยกเข้าไปในห้องเพื่อตรวจสอบ
บ่าวรับใช